คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท.ที่ 95/2568 ฉบับเต็ม

#721975
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท. 95/2568 นางสาว ก. โจทก์ นาง ล. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 234 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 คดียังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงไม่อาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาตาม ป.วิ.พ. ภาค 3 ลักษณะ 2 ฎีกาคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาของโจทก์จึงไม่ชอบตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว ในชั้นนี้ศาลฎีกาไม่อาจรับพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาของโจทก์ได้ ให้ยกคำร้องและไม่รับฎีกาของโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 300,000,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าเสียหาย ขอให้ศาลบังคับคดีหรือออกหมายจับจำเลย ฝากขังและจำขังจำเลยอย่างน้อย 24 วันขึ้นไป โดยห้ามประกันตัว และยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีของโจทก์ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะฟ้องร้อง จึงให้ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 15 วันนับแต่วันนี้ เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นเสนอรายงานต่อผู้พิพากษาว่า ศาลมีคำสั่งว่าหากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ (สั่งวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563) บัดนี้ล่วงเลยระยะเวลาดังกล่าวแล้ว โจทก์มิได้ดำเนินการแต่ประการใด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่วางค่าธรรมเนียมศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด จึงไม่รับฟ้องโจทก์ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์เกี่ยวกับการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 พ้นกำหนด 7 วัน นับแต่วันฟังคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156/1 แล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องนี้พร้อมคำฟ้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คดียังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงไม่อาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 3 ลักษณะ 2 ฎีกา คำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาของโจทก์จึงไม่ชอบตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว ในชั้นนี้ศาลฎีกาไม่อาจรับพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาของโจทก์ได้ ให้ยกคำร้องและไม่รับฎีกาของโจทก์ (อภิชาต ภมรบุตร-นุกูลกิจ เศรษฐกิจนุกูล-พงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ท.95/2568 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
721975
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081939022"
    }
}
date
2568
deka_no
95/2568
deka_running_no
95
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "อภิชาต ภมรบุตร",
    "นุกูลกิจ เศรษฐกิจนุกูล",
    "พงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 234"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว ก."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ล."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 300,000,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าเสียหาย ขอให้ศาลบังคับคดีหรือออกหมายจับจำเลย ฝากขังและจำขังจำเลยอย่างน้อย 24 วันขึ้นไป โดยห้ามประกันตัว และยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีของโจทก์ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะฟ้องร้อง จึงให้ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 15 วันนับแต่วันนี้

เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นเสนอรายงานต่อผู้พิพากษาว่า ศาลมีคำสั่งว่าหากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ (สั่งวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563) บัดนี้ล่วงเลยระยะเวลาดังกล่าวแล้ว โจทก์มิได้ดำเนินการแต่ประการใด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่วางค่าธรรมเนียมศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด จึงไม่รับฟ้องโจทก์ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์เกี่ยวกับการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 พ้นกำหนด 7 วัน นับแต่วันฟังคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156/1 แล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์

โจทก์ยื่นคำร้องนี้พร้อมคำฟ้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คดียังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงไม่อาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 3 ลักษณะ 2 ฎีกา คำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาของโจทก์จึงไม่ชอบตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว ในชั้นนี้ศาลฎีกาไม่อาจรับพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาของโจทก์ได้ ให้ยกคำร้องและไม่รับฎีกาของโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000012.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ท.95/2568
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท.
year
2568