ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท. 99/2568
นาย ป. กับพวก
โจทก์
นาย ด. โดยนาย ว. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 แต่เป็นความผิดพลาดของโจทก์ทั้งสี่เอง ที่พิมพ์เลขโฉนดที่ดินในคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18449 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) ผิดพลาดเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 18448 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) ศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขให้ตามที่โจทก์ทั้งสี่ร้องขอได้ กรณีตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่เป็นเรื่องในชั้นบังคับคดี โจทก์ทั้งสี่ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อทำการไต่สวนให้ได้ความว่า โฉนดที่ดินเลขที่ 18449 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) กับโฉนดที่ดินเลขที่ 18448 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แล้วจึงนำผลของการไต่สวนนั้นไปดำเนินการต่อไป ในชั้นนี้ยกคำร้อง
___________________________
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 3118 ที่ออกตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 272 และเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 13246 ที่ออกตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 3118 ให้เพิกถอนการจดทะเบียนยกให้ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 271, 272, 274 และ 275 ระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 4848 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ทั้งสี่ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสี่ถือกรรมสิทธิ์รวมครึ่งหนึ่งในที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 13405 หากจำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินพิพาทแปลงที่ 5 เป็นทรัพย์มรดกของนาง ก. ตกได้แก่โจทก์ทั้งสี่ ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 84 และโฉนดที่ดินเลขที่ 4848 ส่วนที่ดินพิพาทแปลงที่ 6 ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 13405 โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมครึ่งหนึ่ง ให้จดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลยที่ 2 ตามส่วน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4
โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 ว่า จำเลยทั้งสองทราบคำบังคับของศาลโดยชอบแล้วแต่หาได้ปฏิบัติตามไม่ ในส่วนการเพิกถอนและทำนิติกรรมจดทะเบียนที่ดินพิพาททั้งหกแปลง โจทก์ทั้งสี่นำคำพิพากษาอันถึงที่สุดไปดำเนินการแล้ว แต่ในส่วนของการขับไล่ซึ่งจำเลยทั้งสองและบริวารยังคงครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาททั้งหกแปลง โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 18448 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271), โฉนดที่ดินเลขที่ 13246 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 272), ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 274, โฉนดที่ดินเลขที่ 18446 (ออกตาม น.ส. 3. เลขที่ 275) บ้านเลขที่ 80 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 4848 และที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 13405 ในส่วนของโจทก์ทั้งสี่ครึ่งหนึ่งแล้ว แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการให้โดยอ้างว่า คำพิพากษาไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกพิพากษาให้ขับไล่หรือต้องออกไปหรือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ โจทก์จึงไม่สามารถขับไล่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ทวิ (เดิม) ได้ ซึ่งโจทก์ทั้งสี่ไม่เห็นพ้องด้วยเนื่องจากคำพิพากษาของศาลห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ย่อมมีความหมายว่าศาลพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารให้ออกไปจากที่ดินพิพาทแล้ว ขอให้หมายเรียกเจ้าพนักงานบังคับคดีมาสอบถามและสั่งให้ดำเนินการบังคับคดีขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาททั้งหกแปลงของโจทก์ทั้งสี่
ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง
โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับเป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินพิพาทแปลงที่ 1 ถึงที่ 5 ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 18448 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) โฉนดที่ดินเลขที่ 13246 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 272) ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 274, โฉนดที่ดินเลขที่ 18446 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 275) และโฉนดที่ดินเลขที่ 4848 (ออกตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 84) พร้อมบ้านพิพาทเลขที่ 80 และส่งมอบการครอบครองให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสามศาลให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 แต่เป็นความผิดพลาดของโจทก์ทั้งสี่เอง ที่พิมพ์เลขโฉนดที่ดินในคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18449 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) ผิดพลาดเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 18448 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) ศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขให้ตามที่โจทก์ทั้งสี่ร้องขอได้ กรณีตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่เป็นเรื่องในชั้นบังคับคดี โจทก์ทั้งสี่ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อทำการไต่สวนให้ได้ความว่า โฉนดที่ดินเลขที่ 18449 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) กับโฉนดที่ดินเลขที่ 18448 (ออกตาม น.ส. 3 เลขที่ 271) เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แล้วจึงนำผลของการไต่สวนนั้นไปดำเนินการต่อไป ในชั้นนี้ยกคำร้อง
(นภาศักดิ์ เล้าภาภรณ์-วิเศษ นิ่มกุล-สมชาย พวงภู่)
-
-
แหล่งที่มา
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ท.99/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ