คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6251/2568 ฉบับเต็ม

#722841
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6251/2568 นาย ว. กับพวก ผู้ร้อง บริษัท อ. กับพวก ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 มาตรา 83 วรรคท้าย, มาตรา 108 ข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 ระบุว่า ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่าสองเดือน บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน เมื่อได้ความว่า กรรมการทั้งหมดที่มีอยู่เดิม ณ วันประชุมสามัญประจำปี 2560 ของผู้คัดค้านที่ 1 มีกรรมการ 9 คน ต่อมามีกรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งกรรมการ 7 คน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ โดยกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระมีเพียง ส. เพียงคนเดียว ส่วนกรรมการอื่นอีก 6 คน เป็นกรรมการที่ออกจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่น แต่ไม่ปรากฏการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมทราบว่า กรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งก่อนวาระแต่ละคนมีวาระการดำรงตำแหน่งถึงเมื่อใด และผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการแทนตำแหน่งดังกล่าวมีวาระการดำรงตำแหน่งถึงเมื่อใด หรือวาระดังกล่าวได้หมดลงไปแล้วเมื่อใด อันจะอ้างได้ว่าเป็นกรณีที่ไม่จำต้องระบุว่ากรรมการที่ได้รับเลือกตั้งแต่ละคนแทนกรรมการคนใด แม้ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อแจ้งข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นและผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการทราบถึงวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ว่า ผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนสูงสุด 6 ลำดับ มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 และผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนลำดับ 7 มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 28 เมษายน 2562 ก็ตาม แต่หนังสือดังกล่าวก็ไม่ได้ระบุวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งเข้าแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 เช่นกัน รายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ระบุไว้ชัดแจ้งว่า วาระที่ 3 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการ ที่ประชุมมีมติให้กรรมการ 6 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ถือได้ว่าที่ประชุมได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงสูงสุด 6 คน จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 แล้ว แม้จะมิได้กำหนดเป็นวาระพิจารณาในหนังสือเชิญประชุมก็ตาม ดังนั้น การที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 มีมติว่าวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งคะแนนสูงสุด 6 คน ถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 หรือเป็นเวลา 3 ปี เท่ากับเป็นวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการชุดใหม่ทั้งที่มีกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระเพียงคนเดียว จึงเป็นการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ไม่ชอบ ขัดต่อข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 และ พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 83 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 108 ___________________________ ผู้ร้องทั้งสิบยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้อง ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ของผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านทั้งเจ็ดยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีระหว่างผู้ร้องทั้งสิบและผู้คัดค้านทั้งเจ็ดให้เป็นพับ ผู้ร้องทั้งสิบอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ของผู้คัดค้านที่ 1 ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 108 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใช้ชื่อหลักทรัพย์ว่า IFEC (ไอเฟค) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการด้านพลังงานและอื่น ๆ มีกรรมการ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2560 จำนวน 9 คน คือนายวิชัย นายศุภนันท์ นายฉัตรณรงค์ พลตรีบุญเลิศ นายทวิช นางสาวประนอม นายสมชาย พลตำรวจเอกสุนทร และนายปริญญา ต่อมาวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 โดยนายฉัตรณรงค์แจ้งต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ ขอจดทะเบียนกรรมการลาออกจากตำแหน่ง 6 คน นายทะเบียนรับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 เป็นผลให้ผู้คัดค้านที่ 1 เหลือกรรมการบริษัท 3 คน คือ พลตรีบุญเลิศ นายฉัตรณรงค์และนายศุภนันท์ วันที่ 27 กันยายน 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 โดยนายฉัตรณรงค์ แจ้งต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษขอจดทะเบียนนายศุภนันท์ออกจากกรรมการ เนื่องจากนายศุภนันท์ถูกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีคำสั่งให้พ้นจากการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้คัดค้านที่ 1 นับแต่วันที่ 5 กันยายน 2561 เป็นต้นไป นายทะเบียนรับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเหลือกรรมการเพียง 2 คน คือ พลตรีบุญเลิศและนายฉัตรณรงค์ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 พลตรีบุญเลิศและนายฉัตรณรงค์ประชุมคณะกรรมการบริษัท ประจำไตรมาสที่ 4 ครั้งที่ 4/2561 เป็นกรณีเร่งด่วนและมีมติให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นผู้คัดค้านที่ 1 เพื่อเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือเชิญผู้ถือหุ้นประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 เพื่อเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ว่างลง วันที่ 25 ธันวาคม 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 เพื่อเลือกตั้งกรรมการใหม่เข้าดำรงตำแหน่งแทนกรรมการเดิมที่ลาออกก่อนครบวาระหรือขาดคุณสมบัติ 7 คน โดยมีพลตรีบุญเลิศเป็นประธานในที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเลือกตั้งกรรมการ 7 คน โดยกรรมการ 6 คน คือ นายพิชิต นายหาญ นายกุดั่น นายทวิช นายบุญเลิศ และนางสาวประนอม มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ส่วนพลเอกสำเภา กรรมการคนที่ 7 ที่ได้รับเลือกคะแนนลำดับสุดท้าย มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 28 เมษายน 2562 วันที่ 28 ธันวาคม 2561 พลตรีบุญเลิศยื่นคำขอจดทะเบียนกรรมการเข้าใหม่ 6 คน คือ นายพิชิต นายหาญ นายกุดั่น นายทวิช นายบุญเลิศ และนางสาวประนอม โดยอาศัยมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ผู้ร้องทั้งสิบคัดค้านการขอจดทะเบียนดังกล่าวต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนตามที่ผู้ร้องทั้งสิบคัดค้าน วันที่ 8 มีนาคม 2562 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีหนังสือถึงพลตรีบุญเลิศ ขอให้ชี้แจงกรณีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการและขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนที่ไม่รับจดทะเบียนกรรมการ และการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการครั้งใหม่ของบริษัท วันที่ 18 มกราคม 2562 พลตรีบุญเลิศมีหนังสือขอชี้แจงการคัดค้านการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท วันที่ 8 มีนาคม 2562 นายทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ พิจารณาทบทวนคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของผู้คัดค้านที่ 1 แล้ว ออกคำสั่งใหม่เป็นให้รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของผู้คัดค้านที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า การเรียกประชุมและกำหนดวันนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ชอบด้วยกฎหมาย และหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ไม่ได้ใช้ตราประทับปลอม พลตรีบุญเลิศเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ในฐานะผู้ถือหุ้นและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นให้การยอมรับและไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดคัดค้าน อีกทั้งการกำหนดวิธีการลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการชอบด้วยข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 20 คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งในปัญหาดังกล่าว ข้อเท็จจริงส่วนนี้จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ว่า การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ของผู้คัดค้านที่ 1 นั้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า ข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 20 ระบุว่า กรรมการนั้นให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ (1) ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง (2) ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม (1) เลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้ (3) บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นต้องเลือกตั้งในครั้งนั้น ข้อ 21 ระบุว่า ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนหนึ่งในสามเป็นอัตรา วรรคสองระบุว่า กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ให้จับฉลากกันว่าผู้ใดจะออก ส่วนปีหลัง ๆ ต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับเลือกตั้งใหม่ได้ ข้อ 23 ระบุว่า กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อบริษัท การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่หนังสือลาออกไปถึงบริษัท ข้อ 24 ระบุว่า ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่าสองเดือน บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน ได้ความตามรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทผู้คัดค้านที่ 1 ประจำไตรมาสที่ 4 ครั้งที่ 4/2561 เป็นกรณีเร่งด่วนเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ว่า พลตรีบุญเลิศซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแจ้งต่อที่ประชุมว่า วาระที่ 2 พิจารณาอนุมัติ เรื่อง กำหนดวัน การจัดทำเอกสารประกอบการประชุมและการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 เพื่อเลือกตั้งกรรมการทดแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลง ซึ่งเมื่อนับจากยอดจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่เดิม ณ วันประชุมสามัญประจำปี 2560 มีกรรมการ 9 คน ต่อมามีกรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งกรรมการ 7 คน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ คือ (1) ผู้ร้องที่ 1 เนื่องจากถูกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กล่าวโทษ และต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 (2) นายทวิช และ (3) นางสาวประนอม เนื่องจากลาออก มีผลวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 (4) นายสมชาย เนื่องจากออกตามวาระและไม่ได้ถูกเสนอชื่อให้เลือกตั้งกลับเข้ามาใหม่ (5) พลตำรวจเอกสุนทร และ (6) นายปริญญา เนื่องจากออกตามวาระและได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาใหม่ แต่ศาลแพ่งได้พิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่เลือกตั้งกลับเข้ามาใหม่ เนื่องจากเป็นมติที่ขัดต่อข้อบังคับของบริษัท จึงไม่สามารถจดทะเบียนเข้าเป็นกรรมการอีกวาระหนึ่งได้ ประกอบกับพลตำรวจเอกสุนทรและนายปริญญาได้ยื่นหนังสือลาออกแล้วมีผลวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 และ (7) นายศุภนันท์ เนื่องจากถูกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กล่าวโทษ และต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 ดังนี้ การเลือกตั้งกรรมการใหม่เข้าแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 จึงมีทั้งกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระ ตามข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 21 ซึ่งกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งเข้าแทนตำแหน่งดังกล่าวมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี ส่วนกรรมการที่ออกจากตำแหน่งก่อนวาระ โดยการลาออก ตามข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 23 และกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่น เนื่องจากถูกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กล่าวโทษ ตามข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 นั้น กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งเข้าแทนตำแหน่งดังกล่าวมีวาระการดำรงตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทนเท่านั้น เมื่อกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระ มีเพียงนายสมชายเพียงคนเดียว ส่วนกรรมการอื่นอีก 6 คน เป็นกรรมการที่ออกจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่น แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของผู้คัดค้านที่ 1 ว่า คณะกรรมการผู้คัดค้านที่ 1 หรือพลตรีบุญเลิศได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมทราบว่า กรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งก่อนวาระแต่ละคนมีวาระการดำรงตำแหน่งถึงเมื่อใด และผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการแทนตำแหน่งดังกล่าวมีวาระการดำรงตำแหน่งถึงเมื่อใด หรือวาระดังกล่าวได้หมดลงไปแล้วเมื่อใด อันจะอ้างได้ว่าเป็นกรณีที่ไม่จำต้องระบุว่ากรรมการที่ได้รับเลือกตั้งแต่ละคนแทนกรรมการคนใดดังที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา และแม้ผู้คัดค้านที่ 1 จะฎีกาว่า ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือลงวันที่ 20 ธันวาคม 2561 แจ้งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อแจ้งข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นและผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการทราบถึงวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ว่า ผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนสูงสุด 6 ลำดับ มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 และผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนลำดับ 7 มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 28 เมษายน 2562 ก็ตาม แต่หนังสือดังกล่าวก็ไม่ได้ระบุวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งเข้าแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 เช่นกัน ที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่า ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ไม่มีวาระการพิจารณาเรื่อง การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการ ย่อมไม่อาจถือว่าที่ประชุมมีมติกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ นั้น เห็นว่า รายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ระบุไว้ชัดแจ้งว่า วาระที่ 3 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการ ที่ประชุมมีมติให้กรรมการ 6 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 จึงถือได้ว่า ที่ประชุมได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงสูงสุด 6 คนจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 แล้ว แม้จะมิได้กำหนดเป็นวาระพิจารณาในหนังสือเชิญประชุมก็ตาม ดังนั้น การที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 มีมติว่าวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งคะแนนสูงสุด 6 คน ถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 หรือเป็นเวลา 3 ปี เท่ากับเป็นวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการชุดใหม่ทั้งที่มีกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระเพียงคนเดียว จึงเป็นการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ไม่ชอบ ขัดต่อข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 และพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 83 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 108 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของผู้คัดค้านที่ 1 ไม่เป็นสาระเพราะไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุทิน นาคพงศ์-ภัฏ วิภูมิรพี-เพิ่มศักดิ์ สายสีทอง) ศาลแพ่ง - นายวัชรินทร์ ภู่นริศ ศาลอุทธรณ์ - นางจรีรัตน์ ตันติเวชกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.75/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ