ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 67/2568
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลแพ่งมีนบุรี
ศาลผู้รับความเห็น
บริษัท ฟ. จำกัด
ผู้ฟ้องคดี
การประปานครหลวง ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา
พ.ร.บ.การประปานครหลวง พ.ศ.2510 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีที่เอกชนยื่นฟ้อง การประปานครหลวง ที่ 1 บจก. ว. ที่ 2 บริษัทประกันภัย ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ความว่า โครงการหมู่บ้านของผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างถังเก็บน้ำใสที่สถานีสูบจ่ายน้ำมีนบุรี พร้อมงานที่เกี่ยวข้องในโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลักของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นผู้ว่าจ้างให้ก่อสร้าง และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัย ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าสินไหมทดแทนและค่าเสียหาย ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ร่วมกันกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้วัสดุหรือวิธีการอื่นใดในการก่อสร้างเพื่อป้องกันหรือลดมลพิษทางเสียง ควันและฝุ่น (PM 2.5) รวมถึงแรงสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็ม กำหนดเวลาทำงานในส่วนต่าง ๆ ของโครงการก่อสร้าง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้การว่า ความเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีนำมากล่าวอ้างไม่ใช่ผลโดยตรงจากการก่อสร้างของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ผู้ฟ้องคดีได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้ว มิได้ละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและมิได้กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี อีกทั้งเป็นกรณีที่เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดจากเอกชนด้วยกัน
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ปฏิบัติตามสัญญาและได้รับการอนุมัติจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทุกประการ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในฐานะผู้ว่าจ้างสั่งให้ตอกเสาเข็มจนเสร็จก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในฐานะผู้ว่าจ้างต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดขึ้นแก่ผู้ฟ้องคดีตามมาตรา 428 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ดำเนินการป้องกันความเสียหายเกินกว่าที่กำหนดไว้ตามสัญญาและทำการก่อสร้างตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในความเสียหายของผู้ฟ้องคดีเต็มจำนวนตามคำฟ้อง ค่าเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีเรียกมาสูงเกินจริง ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล้าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลแพ่งมีนบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีที่เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากมูลละเมิดจากเอกชนด้วยกัน มิได้เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง จึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งเป็นเอกชนผู้รับจ้างก่อสร้าง กระทำละเมิดโดยการตอกเสาเข็มในการดำเนินการก่อสร้างถังเก็บน้ำใส เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีและผู้อาศัยในโครงการหมู่บ้านได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน ทำให้ทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จึงเป็นกรณีที่เอกชนยื่นฟ้องเอกชนด้วยกันให้รับผิดในมูลละเมิด ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในฐานะผู้ว่าจ้างให้ร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย โดยบรรยายฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองเจ้าของโครงการไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการก่อสร้างของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามโครงการดังกล่าว ก็เป็นเพียงหน้าที่ทั่วไป มิใช่หน้าที่ของฝ่ายปกครองที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ดังนั้น จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองซึ่งเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามความหมายของมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ทั้งผู้ฟ้องคดีมีคำขอบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี อันเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีมุ่งประสงค์ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากมูลละเมิดเดียวกัน เมื่อเหตุแห่งการฟ้องคดีประการสำคัญเกิดจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งเป็นเอกชน การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 3 จะต้องรับผิดร่วมกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ด้วยหรือไม่ เพียงใด ก็ย่อมเกี่ยวพันกับการวินิจฉัยความรับผิดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งเป็นข้อพิพาทที่ต้องได้รับการพิจารณาในศาลเดียวกัน คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
67/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)