ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 61/2568
ศาลปกครองนครศรีธรรมราช
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ส.
ผู้ฟ้องคดี
เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา
พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
เอกชนยื่นฟ้อง เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ผู้ถูกฟ้องคดี ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินเนื้อที่ 1 งาน 29 4/10 ตารางวา ผู้ฟ้องคดีเข้าไปตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าวพบว่า มีการก่อสร้างท่อระบายน้ำและถนนลาดยางทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีเต็มทั้งแปลง ผู้ฟ้องคดีจึงไปลงบันทึกประจำวันรับแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการในโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำถนนชนเกษม และโครงการปรับปรุงผิวถนนจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่มีการเวนคืนที่ดินหรือได้มีการตกลงซื้อขายหรือตกลงยินยอมอุทิศที่ดินดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แต่อย่างใด จากนั้น ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทราบและดำเนินการรื้อถอนท่อระบายน้ำรวมทั้งถนนส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉย ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าก่อนดำเนินการก่อสร้างของโครงการดังกล่าวผู้ถูกฟ้องคดีควรจะตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้ถูกต้องโดยขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในวิสัยที่สามารถกระทำได้ การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการกระทำละเมิดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนท่อระบายน้ำและถนนส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดของผู้ฟ้องคดี หากผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถคืนที่ดินที่รุกล้ำให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ที่ดินพิพาทมีสภาพเป็นถนนมานานแล้วแต่ผู้ฟ้องคดีไม่เคยคัดค้านการก่อสร้างและซ่อมถนน รวมถึงไม่เคยขัดขวางหรือห้ามปรามการใช้ถนนของประชาชนแต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ฟ้องคดียินยอมให้บุคคลทั่วไปใช้ทางพิพาทเพื่อการสัญจรไปมาในลักษณะอุทิศให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย ผู้ถูกฟ้องคดีได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองนครศรีธรรมราชพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทำการก่อสร้างท่อระบายน้ำและปรับปรุงผิวจราจรซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีตามข้อกล่าวอ้างของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นการกระทำที่เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย มูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเข้าลักษณะเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นราชการส่วนท้องถิ่น จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และมีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก ตามมาตรา 50 (2) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีอ้างเหตุว่า ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดก่อสร้างท่อระบายน้ำและถนนลาดยางทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีเต็มทั้งแปลง ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่าที่ดินพิพาทมีสภาพเป็นถนนมานานแล้ว ผู้ฟ้องคดีไม่เคยคัดค้านการก่อสร้างและซ่อมถนน รวมถึงไม่เคยขัดขวางหรือห้ามปรามการใช้ถนนของประชาชน พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ฟ้องคดียินยอมให้บุคคลทั่วไปใช้ทางพิพาทเพื่อการสัญจรไปมาในลักษณะอุทิศให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย ดังนั้น การที่จะวินิจฉัยว่า ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่า เป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือเป็นทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การก่อสร้างท่อระบายน้ำและถนนลาดยางของผู้ถูกฟ้องคดีก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีแล้ว จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
61/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) และคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน