คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7965/2568 ฉบับเต็ม

#722909
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7965/2568 นาย ธ. โจทก์ นาย ส. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 428 ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม, มาตรา 179 วรรคท้าย ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขต้องพิจารณาข้อโต้แย้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก โดยที่สัญญาว่าจ้างรับเหมาข้อ 13 ที่ตกลงกันว่า "ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุปัทวะเหตุ หรือภยันตราย ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการงานของผู้รับจ้างเอง..." นั้น เป็นเพียงการล้อตามหลักการใน ป.พ.พ. มาตรา 428 ที่ว่า "ผู้ว่าจ้างทำของ (จำเลย) ไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้าง (โจทก์) ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง" ซึ่งกรณีความรับผิดของผู้ว่าจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 428 นี้ เป็นความรับผิดเพื่อละเมิดเนื่องจากการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความรับผิดแทนผู้อื่นที่จะไล่เบี้ยผู้เป็นต้นเหตุได้ หาได้มีนัยว่าให้จำเลยรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปก่อนแล้วมาไล่เบี้ยกับโจทก์ภายหลัง ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 จึงไม่เกี่ยวข้องกันกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม และ 179 วรรคท้าย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างที่ค้าง 6,285,079.44 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การและฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 ว่า ถนนหน้าบ้านของจำเลยซึ่งเป็นถนนในโครงการหมู่บ้านชำรุดเนื่องจากการขนถ่ายเครื่องมือหนักของโจทก์ จำเลยต้องรับผิดชอบซ่อมแซมให้โครงการ โจทก์จึงต้องชดใช้ค่าซ่อมแซมเป็นเงิน 200,000 บาท 5.2.2 การเทปูนโครงสร้างและขึ้นหลังคาของโจทก์ทำให้บ้านข้างเคียง 3 หลัง ผนังและหลังคาเลอะปูน จำเลยต้องรับผิดชอบแก้ไข โจทก์จึงต้องชดใช้ค่าแก้ไขเป็นเงิน 50,000 บาท 5.2.3 โจทก์ต้องจ่ายค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าระหว่างก่อสร้างเป็นเวลา 10 เดือน และค่าติดตั้งมิเตอร์ใหม่เนื่องจากถูกถอดเป็นเงิน 25,000 บาท ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 2,570,683.72 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยและรับฟ้องแย้งของจำเลย ข้อ 5.1 และ 5.3 ส่วนข้อ 5.2.1, 5.2.2 และข้อ 5.2.3 ไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ขอให้รับฟ้องแย้งในข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับฟ้องแย้งข้อ 5.2.3 ไว้พิจารณาด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรรับฟ้องแย้ง ข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 ไว้พิจารณาหรือไม่ เห็นว่า ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขต้องพิจารณาข้อโต้แย้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก (นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและบ้านข้างเคียง 3 หลัง) ให้ได้ข้อยุติแล้วก่อน โดยที่สัญญาว่าจ้างรับเหมาข้อ 13 ที่ตกลงกันว่า "ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุปัทวะเหตุ หรือภยันตราย ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการงานของผู้รับจ้างเอง..." นั้น เป็นเพียงการล้อตามหลักการในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 ที่ว่า "ผู้ว่าจ้างทำของ (จำเลย) ไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้าง (โจทก์) ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง" ซึ่งกรณีความรับผิดของผู้ว่าจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 นี้ เป็นความรับผิดเพื่อละเมิดเนื่องจากการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความรับผิดแทนผู้อื่นที่จะไล่เบี้ยผู้เป็นต้นเหตุได้ หาได้มีนัยว่าให้จำเลยรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปก่อนแล้วมาไล่เบี้ยกับโจทก์ภายหลัง ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 จึงไม่เกี่ยวข้องกันกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม และ 179 วรรคท้าย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สิทธิพร บุญยฤทธิ์-มาลิน ภู่พงศ์ จุลมนต์-ประทุมพร กำเหนิดฤทธิ์) ศาลแพ่ง - นางอรพันท์ เพ็ญตระการ ศาลอุทธรณ์ - นายมนตรี จิตร์วิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.251/2568 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
722909
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางอรพันท์ เพ็ญตระการ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายมนตรี จิตร์วิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082667713"
    }
}
date
2568
deka_no
7965/2568
deka_running_no
7965
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "สิทธิพร บุญยฤทธิ์",
    "มาลิน ภู่พงศ์ จุลมนต์",
    "ประทุมพร กำเหนิดฤทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 428"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสาม",
            "ม. 179 วรรคท้าย"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ธ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ส."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างที่ค้าง 6,285,079.44 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 ว่า ถนนหน้าบ้านของจำเลยซึ่งเป็นถนนในโครงการหมู่บ้านชำรุดเนื่องจากการขนถ่ายเครื่องมือหนักของโจทก์ จำเลยต้องรับผิดชอบซ่อมแซมให้โครงการ โจทก์จึงต้องชดใช้ค่าซ่อมแซมเป็นเงิน 200,000 บาท 5.2.2 การเทปูนโครงสร้างและขึ้นหลังคาของโจทก์ทำให้บ้านข้างเคียง 3 หลัง ผนังและหลังคาเลอะปูน จำเลยต้องรับผิดชอบแก้ไข โจทก์จึงต้องชดใช้ค่าแก้ไขเป็นเงิน 50,000 บาท 5.2.3 โจทก์ต้องจ่ายค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าระหว่างก่อสร้างเป็นเวลา 10 เดือน และค่าติดตั้งมิเตอร์ใหม่เนื่องจากถูกถอดเป็นเงิน 25,000 บาท ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 2,570,683.72 บาท พร้อมดอกเบี้ย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยและรับฟ้องแย้งของจำเลย ข้อ 5.1 และ 5.3 ส่วนข้อ 5.2.1, 5.2.2 และข้อ 5.2.3 ไม่รับฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์ ขอให้รับฟ้องแย้งในข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับฟ้องแย้งข้อ 5.2.3 ไว้พิจารณาด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรรับฟ้องแย้ง ข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 ไว้พิจารณาหรือไม่ เห็นว่า ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขต้องพิจารณาข้อโต้แย้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก (นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและบ้านข้างเคียง 3 หลัง) ให้ได้ข้อยุติแล้วก่อน โดยที่สัญญาว่าจ้างรับเหมาข้อ 13 ที่ตกลงกันว่า "ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุปัทวะเหตุ หรือภยันตราย ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการงานของผู้รับจ้างเอง..." นั้น เป็นเพียงการล้อตามหลักการในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 ที่ว่า "ผู้ว่าจ้างทำของ (จำเลย) ไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้าง (โจทก์) ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง" ซึ่งกรณีความรับผิดของผู้ว่าจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 นี้ เป็นความรับผิดเพื่อละเมิดเนื่องจากการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความรับผิดแทนผู้อื่นที่จะไล่เบี้ยผู้เป็นต้นเหตุได้ หาได้มีนัยว่าให้จำเลยรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปก่อนแล้วมาไล่เบี้ยกับโจทก์ภายหลัง ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 จึงไม่เกี่ยวข้องกันกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม และ 179 วรรคท้าย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260506_225106\000001.html
source_run
20260506_225106
supreme_black_case_no
พ.251/2568
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568