คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4943/2568 ฉบับเต็ม

#723023
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4943/2568 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นาย อ. จำเลย ป.อ. มาตรา 91, มาตรา 265, มาตรา 268 จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์ แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีปลอมที่ทำขึ้นไปติดไว้กับรถยนต์ 2 คัน โดยเก็บรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมไว้ในรถยนต์ทั้ง 2 คันดังกล่าว เพื่อแสดงต่อบุคคลทั่วไปที่พบเห็น ตามพฤติการณ์เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำต่อรถยนต์ 2 คัน รวมถึงแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีปลอม และรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมที่ใช้กับรถยนต์แต่ละคันก็เป็นคนละชุดกัน การกระทำของจำเลยย่อมมีเจตนาและความมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้กับรถยนต์แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 268, ริบของกลาง นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1596/2565 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยปลอมเอกสารนั้นเองให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี ริบของกลาง และนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1596/2565 ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว รวม 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามฟ้องโจทก์ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2566 ของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมดังกล่าวไปติดไว้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร ส่วนรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมนำไปเก็บไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร และจำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2566 ของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมดังกล่าวไปติดไว้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร ส่วนรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมนำไปเก็บไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร เพื่อแสดงต่อบุคคลทั่วไปที่พบเห็น ตามพฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่า จำเลยกระทำต่อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร และรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน โดยแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอม และรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมของรถยนต์แต่ละคัน ก็เป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ และรายการจดทะเบียนรถยนต์คนละชุดกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมีเจตนาและความมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้กับรถยนต์แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (รุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์-สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์-สัญญา ภูริภักดี) ศาลจังหวัดยโสธร - นายพัฒน์พงษ์ เวียงทอง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายคนึง คงบริรักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3171/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
723023
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดยโสธร",
        "judge": "นายพัฒน์พงษ์ เวียงทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายคนึง คงบริรักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082673096"
    }
}
date
2568
deka_no
4943/2568
deka_running_no
4943
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์",
    "สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์",
    "สัญญา ภูริภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91",
            "ม. 265",
            "ม. 268"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 268, ริบของกลาง นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1596/2565 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยปลอมเอกสารนั้นเองให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี ริบของกลาง และนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1596/2565 ของศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว รวม 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามฟ้องโจทก์ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2566 ของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมดังกล่าวไปติดไว้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร ส่วนรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมนำไปเก็บไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร และจำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2566 ของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมดังกล่าวไปติดไว้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร ส่วนรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมนำไปเก็บไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร เพื่อแสดงต่อบุคคลทั่วไปที่พบเห็น ตามพฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่า จำเลยกระทำต่อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร และรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน โดยแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอม และรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมของรถยนต์แต่ละคัน ก็เป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ และรายการจดทะเบียนรถยนต์คนละชุดกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมีเจตนาและความมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้กับรถยนต์แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260506_225106\000004.html
source_run
20260506_225106
supreme_black_case_no
อ.3171/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568