คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3525/2566 ฉบับเต็ม

#724082
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3525/2566 ธนาคาร ก. โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ ส. ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัท ต. กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 745 ป.วิ.พ. มาตรา 148, มาตรา 324 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 95, มาตรา 96 (3) คำร้องของผู้ร้องคดีก่อนมีประเด็นแห่งคดีว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันมาจากเจ้าหนี้ ซึ่งได้เคยนำหนี้มีประกันดังกล่าวมายื่นคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ จะยื่นคำร้องเพื่อขอให้ผู้คัดค้านยึดทรัพย์หลักประกันและขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ได้หรือไม่ ส่วนคำร้องของผู้ร้องคดีนี้ มีประเด็นว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิที่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีนี้ อันเป็นการใช้สิทธิ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 745 และ ป.วิ.พ. มาตรา 324 หรือไม่ คำร้องในคดีนี้มีประเด็นแห่งคดีแตกต่างกับคำร้องในคดีเดิม คำร้องของผู้ร้องคดีนี้จึงไม่เป็นคำร้องซ้ำกับคดีดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด และวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 มีคำพิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องมีบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่มีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ในมูลหนี้จำนองจำนวนวงเงิน 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว โดยคิดดอกเบี้ยย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี เป็นเงิน 1,425,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 2,925,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราและต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ผู้ร้องได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินหลักประกัน กับให้ผู้ร้องมีสิทธิเข้าประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด โดยมีสิทธิหักส่วนได้ใช้แทนในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนองต่อไป ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2550 บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 8 จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) วันที่ 23 มิถุนายน 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 8 แต่สำหรับบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าว หากเจ้าหนี้รายที่ 8 คงมีสิทธิบังคับจำนองเพียงใดชอบที่เจ้าหนี้รายที่ 8 จะใช้สิทธิของตนในทางแพ่งต่อไป เจ้าหนี้รายที่ 8 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายกอุทธรณ์ของเจ้าหนี้รายที่ 8 ต่อมาวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 และบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าวมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินหลักประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ผู้คัดค้านมีความเห็นว่าบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย เจ้าหนี้รายที่ 8 ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) แล้ว จึงไม่อาจใช้สิทธิเหนือที่ดินทรัพย์จำนองตามมาตรา 95 อีกต่อไป ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เข้าสวมสิทธิแทนเจ้าหนี้รายที่ 8 จึงไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 95 อีกต่อไปเช่นกัน และมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันของจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 และให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง คดีถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องคดีนี้หรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่า คำร้องของผู้ร้องไม่เป็นการยื่นคำร้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ของศาลล้มละลายกลาง และผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิจำนองมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง นั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด วันที่ 5 กันยายน 2550 บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 8 จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) ต่อมาวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 8 ตามความเห็นของผู้คัดค้าน ที่มีความเห็นว่า สำหรับบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าว หากเจ้าหนี้คงมีสิทธิบังคับจำนองเพียงใดชอบที่เจ้าหนี้จะใช้สิทธิในทางแพ่งต่อไป เจ้าหนี้รายที่ 8 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกามีคำพิพากษายกอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 612/2556 ส่งผลให้เจ้าหนี้รายที่ 8 ไม่อาจได้รับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) แต่เจ้าหนี้รายที่ 8 ยังคงมีบุริมสิทธิจำนองเหนือทรัพย์หลักประกันดังกล่าว และคงใช้สิทธิของเจ้าหนี้รายที่ 8 ในฐานะเจ้าหนี้จำนองตามกฎหมายแพ่งได้ต่อไป เมื่อผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 และบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าวมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 ผู้ร้องก็คงมีสิทธิเช่นเดียวกันกับเจ้าหนี้รายที่ 8 การที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้และให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 คำร้องของผู้ร้องจึงมีประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 ซึ่งได้เคยนำหนี้มีประกันดังกล่าวมายื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ จะยื่นคำร้องเพื่อขอให้ผู้คัดค้านยึดทรัพย์หลักประกันและขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ได้หรือไม่ ซึ่งศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง โดยวินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามสัญญาจำนองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ได้ การใช้สิทธิของผู้ร้องในคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ดังกล่าวจึงเป็นการใช้สิทธิเพื่อให้ผู้คัดค้านดำเนินการยึดและขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน ซึ่งผู้ร้องไม่อาจดำเนินการได้เพราะผู้ร้องได้รับโอนสิทธิมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เดิมที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) ส่วนการที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องเป็นคดีนี้ แม้ผู้ร้องจะอ้างสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันที่ผู้คัดค้านได้ยึดและรวบรวมไว้ในกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ก็ตาม แต่คำร้องของผู้ร้องในคดีนี้เป็นเพียงการใช้สิทธิในฐานะเจ้าหนี้จำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในการขอรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ผู้คัดค้านได้ยึดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 เนื่องจากผู้คัดค้านได้ดำเนินการยึดทรัพย์จำนองอันเป็นทรัพย์หลักประกันที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นของผู้ร้องเข้าสู่กองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ผู้ร้องจึงไม่อาจไปดำเนินการบังคับสิทธิเรียกร้องโดยการดำเนินคดีแพ่งได้ ประเด็นที่ต้องพิจารณาในคดีนี้จึงมีว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิที่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 หรือไม่ คำร้องในคดีนี้จึงมีประเด็นแห่งคดีแตกต่างกับคำร้องในคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 คำร้องของผู้ร้องคดีนี้จึงไม่เป็นคำร้องซ้ำกับคดีดังกล่าว และเมื่อพิจารณาคำร้องของผู้ร้องในคดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อขอใช้สิทธิในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิจำนองที่ผู้คัดค้านได้ยึดไว้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ การใช้สิทธิของผู้ร้องจึงเป็นการใช้สิทธิที่ผู้ร้องมีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 745 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 อันเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับคำสั่งของศาลล้มละลายกลางในคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 8 ที่ให้เจ้าหนี้สามารถคงใช้บุริมสิทธิที่มีในทางแพ่งเหนือทรัพย์จำนองต่อไป ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลบังคับตามสิทธิในทางแพ่งของผู้ร้องได้ในกรณีที่ผู้คัดค้านทำการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองไปโดยปลอดจำนอง การที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องด้วยเหตุว่าเป็นการยื่นคำร้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ของศาลล้มละลายกลาง จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น แต่สำหรับปัญหาว่าผู้ร้องเป็นผู้มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์หลักประกันและมีสิทธิที่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องโดยปลอดจำนองได้หรือไม่ เพียงใด ศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว ประกอบกับข้อเท็จจริงในสำนวนไม่เพียงพอที่จะกำหนดสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้จำนองในหลักประกันดังกล่าวว่าผู้ร้องเป็นผู้มีบุริมสิทธิและมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันในกรณีที่ผู้คัดค้านขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวโดยปลอดจำนองหรือไม่เพียงใด ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินการไต่สวนเกี่ยวกับบุริมสิทธิของผู้ร้องและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี พิพากษายกคำพิพากษาของศาลล้มละลายกลางและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลล้มละลายกลางพิจารณาไต่สวนเกี่ยวกับความเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 ของผู้ร้องแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นศาลล้มละลายกลาง ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ให้ศาลล้มละลายกลางรวมไว้สั่งเมื่อมีคำพิพากษาแล้ว (ภิญโญภัทร์ แสงภู่-เอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์-ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล) ศาลล้มละลายกลาง - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.23/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
724082
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง -",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082757510"
    }
}
date
2566
deka_no
3525/2566
deka_running_no
3525
deka_year
2566
department
แผนก
judges
[
    "ภิญโญภัทร์ แสงภู่",
    "เอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์",
    "ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 745"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148",
            "ม. 324"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 95",
            "ม. 96 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ก."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์ ส."
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ต. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด และวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 มีคำพิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องมีบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่มีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ในมูลหนี้จำนองจำนวนวงเงิน 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว โดยคิดดอกเบี้ยย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี เป็นเงิน 1,425,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 2,925,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราและต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ผู้ร้องได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินหลักประกัน กับให้ผู้ร้องมีสิทธิเข้าประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด โดยมีสิทธิหักส่วนได้ใช้แทนในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนองต่อไป

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2550 บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 8 จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) วันที่ 23 มิถุนายน 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 8 แต่สำหรับบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าว หากเจ้าหนี้รายที่ 8 คงมีสิทธิบังคับจำนองเพียงใดชอบที่เจ้าหนี้รายที่ 8 จะใช้สิทธิของตนในทางแพ่งต่อไป เจ้าหนี้รายที่ 8 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายกอุทธรณ์ของเจ้าหนี้รายที่ 8 ต่อมาวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 และบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าวมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินหลักประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ผู้คัดค้านมีความเห็นว่าบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย เจ้าหนี้รายที่ 8 ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) แล้ว จึงไม่อาจใช้สิทธิเหนือที่ดินทรัพย์จำนองตามมาตรา 95 อีกต่อไป ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เข้าสวมสิทธิแทนเจ้าหนี้รายที่ 8 จึงไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 95 อีกต่อไปเช่นกัน และมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันของจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 และให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง คดีถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องคดีนี้หรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่า คำร้องของผู้ร้องไม่เป็นการยื่นคำร้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ของศาลล้มละลายกลาง และผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิจำนองมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง นั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด วันที่ 5 กันยายน 2550 บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 8 จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) ต่อมาวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 8 ตามความเห็นของผู้คัดค้าน ที่มีความเห็นว่า สำหรับบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าว หากเจ้าหนี้คงมีสิทธิบังคับจำนองเพียงใดชอบที่เจ้าหนี้จะใช้สิทธิในทางแพ่งต่อไป เจ้าหนี้รายที่ 8 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกามีคำพิพากษายกอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 612/2556 ส่งผลให้เจ้าหนี้รายที่ 8 ไม่อาจได้รับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) แต่เจ้าหนี้รายที่ 8 ยังคงมีบุริมสิทธิจำนองเหนือทรัพย์หลักประกันดังกล่าว และคงใช้สิทธิของเจ้าหนี้รายที่ 8 ในฐานะเจ้าหนี้จำนองตามกฎหมายแพ่งได้ต่อไป เมื่อผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 และบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าวมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 ผู้ร้องก็คงมีสิทธิเช่นเดียวกันกับเจ้าหนี้รายที่ 8 การที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้และให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 คำร้องของผู้ร้องจึงมีประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 ซึ่งได้เคยนำหนี้มีประกันดังกล่าวมายื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ จะยื่นคำร้องเพื่อขอให้ผู้คัดค้านยึดทรัพย์หลักประกันและขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ได้หรือไม่ ซึ่งศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง โดยวินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามสัญญาจำนองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ได้ การใช้สิทธิของผู้ร้องในคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ดังกล่าวจึงเป็นการใช้สิทธิเพื่อให้ผู้คัดค้านดำเนินการยึดและขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน ซึ่งผู้ร้องไม่อาจดำเนินการได้เพราะผู้ร้องได้รับโอนสิทธิมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เดิมที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) ส่วนการที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องเป็นคดีนี้ แม้ผู้ร้องจะอ้างสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันที่ผู้คัดค้านได้ยึดและรวบรวมไว้ในกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ก็ตาม แต่คำร้องของผู้ร้องในคดีนี้เป็นเพียงการใช้สิทธิในฐานะเจ้าหนี้จำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในการขอรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ผู้คัดค้านได้ยึดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 เนื่องจากผู้คัดค้านได้ดำเนินการยึดทรัพย์จำนองอันเป็นทรัพย์หลักประกันที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นของผู้ร้องเข้าสู่กองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ผู้ร้องจึงไม่อาจไปดำเนินการบังคับสิทธิเรียกร้องโดยการดำเนินคดีแพ่งได้ ประเด็นที่ต้องพิจารณาในคดีนี้จึงมีว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิที่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 หรือไม่ คำร้องในคดีนี้จึงมีประเด็นแห่งคดีแตกต่างกับคำร้องในคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 คำร้องของผู้ร้องคดีนี้จึงไม่เป็นคำร้องซ้ำกับคดีดังกล่าว และเมื่อพิจารณาคำร้องของผู้ร้องในคดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อขอใช้สิทธิในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิจำนองที่ผู้คัดค้านได้ยึดไว้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ การใช้สิทธิของผู้ร้องจึงเป็นการใช้สิทธิที่ผู้ร้องมีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 745 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 อันเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับคำสั่งของศาลล้มละลายกลางในคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 8 ที่ให้เจ้าหนี้สามารถคงใช้บุริมสิทธิที่มีในทางแพ่งเหนือทรัพย์จำนองต่อไป ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลบังคับตามสิทธิในทางแพ่งของผู้ร้องได้ในกรณีที่ผู้คัดค้านทำการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองไปโดยปลอดจำนอง การที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องด้วยเหตุว่าเป็นการยื่นคำร้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ของศาลล้มละลายกลาง จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น แต่สำหรับปัญหาว่าผู้ร้องเป็นผู้มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์หลักประกันและมีสิทธิที่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องโดยปลอดจำนองได้หรือไม่ เพียงใด ศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว ประกอบกับข้อเท็จจริงในสำนวนไม่เพียงพอที่จะกำหนดสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้จำนองในหลักประกันดังกล่าวว่าผู้ร้องเป็นผู้มีบุริมสิทธิและมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันในกรณีที่ผู้คัดค้านขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวโดยปลอดจำนองหรือไม่เพียงใด ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินการไต่สวนเกี่ยวกับบุริมสิทธิของผู้ร้องและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลล้มละลายกลางและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลล้มละลายกลางพิจารณาไต่สวนเกี่ยวกับความเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 ของผู้ร้องแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นศาลล้มละลายกลาง ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ให้ศาลล้มละลายกลางรวมไว้สั่งเมื่อมีคำพิพากษาแล้ว
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260506_225106\000047.html
source_run
20260506_225106
supreme_black_case_no
ล.23/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2566