คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท.ที่ 155/2567 ฉบับเต็ม

#724097
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท. 155/2567 นาง ฉ. กับพวก โจทก์ นาง ด. กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 170, มาตรา 186 (6), มาตรา 220, มาตรา 224 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าคดีไม่มีมูล การจะฎีกาได้หรือไม่ย่อมเป็นไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เมื่อศาลชั้นต้นตรวจฎีกาแล้วมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เพราะต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว หากโจทก์จะโต้แย้งคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวต้องดำเนินการตามมาตรา 224 ซึ่งมีความหมายว่า เนื้อหาในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ยื่นต้องเป็นการโต้แย้งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องอย่างไร การที่โจทก์กลับอุทธรณ์คำสั่งยกข้อโต้แย้งมาในคำร้องว่า คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา 186 (6) เพราะมิได้ให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยยกฟ้อง จึงมีลักษณะเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ต้องห้าม ไม่ใช่กรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 137, 172, 173, 174 วรรคสอง, 175, 177 วรรคสอง, 180 วรรคสอง, 326 ให้จำเลยที่ 1 โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหรือเดลินิวส์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลายไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ชำระค่าโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 332 (2) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกา ผู้พิพากษาดังกล่าวพิจารณาแล้วไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติว่า "...คำสั่งที่ว่า คดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์" คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าคดีไม่มีมูล การจะฎีกาได้หรือไม่ย่อมเป็นไปตามมาตรา 220 ที่บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เมื่อศาลชั้นต้นตรวจฎีกาแล้วมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เพราะต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว หากโจทก์จะโต้แย้งคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวต้องดำเนินการตามมาตรา 224 ซึ่งมีความหมายว่า เนื้อหาในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ยื่นต้องเป็นการโต้แย้งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องอย่างไร การที่โจทก์กลับอุทธรณ์คำสั่งยกข้อโต้แย้งมาในคำร้องว่า คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (6) เพราะมิได้ให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยยกฟ้อง จึงมีลักษณะเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ต้องห้าม ไม่ใช่กรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จึงให้ยกคำร้อง (สอนชัย สิราริยกุล-ขจรศักดิ์ บุญเกษม-ปรีชา บุญโรจน์พงศ์) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ท.155/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
724097
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082742761"
    }
}
date
2567
deka_no
155/2567
deka_running_no
155
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "สอนชัย สิราริยกุล",
    "ขจรศักดิ์ บุญเกษม",
    "ปรีชา บุญโรจน์พงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 170",
            "ม. 186 (6)",
            "ม. 220",
            "ม. 224"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง ฉ. กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ด. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 137, 172, 173, 174 วรรคสอง, 175, 177 วรรคสอง, 180 วรรคสอง, 326 ให้จำเลยที่ 1 โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหรือเดลินิวส์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลายไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ชำระค่าโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 332 (2)

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกา ผู้พิพากษาดังกล่าวพิจารณาแล้วไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา

โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติว่า "...คำสั่งที่ว่า คดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์" คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าคดีไม่มีมูล การจะฎีกาได้หรือไม่ย่อมเป็นไปตามมาตรา 220 ที่บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เมื่อศาลชั้นต้นตรวจฎีกาแล้วมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เพราะต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว หากโจทก์จะโต้แย้งคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวต้องดำเนินการตามมาตรา 224 ซึ่งมีความหมายว่า เนื้อหาในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ยื่นต้องเป็นการโต้แย้งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องอย่างไร การที่โจทก์กลับอุทธรณ์คำสั่งยกข้อโต้แย้งมาในคำร้องว่า คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (6) เพราะมิได้ให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยยกฟ้อง จึงมีลักษณะเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ต้องห้าม ไม่ใช่กรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จึงให้ยกคำร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260506_225106\000041.html
source_run
20260506_225106
supreme_black_case_no
ท.155/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท.
year
2567