คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท.ที่ 158/2567 ฉบับเต็ม

#724098
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท. 158/2567 นาง น. โจทก์ นาย ป. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 193, มาตรา 225 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จตาม ป.อ. มาตรา 267 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้และให้คุมความประพฤติของจำเลย จึงไม่ต้องห้ามโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในอัตราโทษขั้นสูงสุดโดยไม่รอการลงโทษซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 225 ประกอบมาตรา 193 เป็นการไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ เป็นเวลา 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยและโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้และให้คุมความประพฤติของจำเลย จึงไม่ต้องห้ามโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในอัตราโทษขั้นสูงสุดโดยไม่รอการลงโทษซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 193 เป็นการไม่ชอบ จึงให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป (ประสิทธิ์ ตันติเสรี-สมเจริญ พุทธิประเสริฐ-โสภณ พรหมสุวรรณ) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ท.158/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
724098
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082742309"
    }
}
date
2567
deka_no
158/2567
deka_running_no
158
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ประสิทธิ์ ตันติเสรี",
    "สมเจริญ พุทธิประเสริฐ",
    "โสภณ พรหมสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 193",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง น."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ป."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ เป็นเวลา 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยและโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์

คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา

โจทก์ยื่นคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้และให้คุมความประพฤติของจำเลย จึงไม่ต้องห้ามโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในอัตราโทษขั้นสูงสุดโดยไม่รอการลงโทษซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 193 เป็นการไม่ชอบ จึงให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260506_225106\000041.html
source_run
20260506_225106
supreme_black_case_no
ท.158/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท.
year
2567