คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท.ที่ 217/2567 ฉบับเต็ม

#724099
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท. 217/2567 นาง น. โจทก์ นาย ป. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 218, มาตรา 221 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เฉพาะกำหนดโทษจำคุกที่ลงแก่จำเลย เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้นตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลฎีกาจึงไม่อาจรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนเงิน 95,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน กับให้จำเลยคืนเงิน 95,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาดังกล่าวพิจารณาแล้วไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เฉพาะกำหนดโทษจำคุกที่ลงแก่จำเลย เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 จำเลยฎีกาว่า จำเลยรู้สำนึกในการกระทำความผิดและไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ทั้งมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้ศาลให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีโดยขอให้ศาลฎีการับฎีกาไว้พิจารณาและพิพากษารอการลงโทษแก่จำเลยนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง มิใช่ปัญหาข้อกฎหมาย ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลฎีกาจึงไม่อาจรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง (ปิยะวรรณ สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา-ภัทริกา จุลฤกษ์-จรูญ โชครุ่งวรานนท์) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ท.217/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
724099
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082740110"
    }
}
date
2567
deka_no
217/2567
deka_running_no
217
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ปิยะวรรณ สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา",
    "ภัทริกา จุลฤกษ์",
    "จรูญ โชครุ่งวรานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 218",
            "ม. 221"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง น."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ป."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนเงิน 95,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน กับให้จำเลยคืนเงิน 95,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาดังกล่าวพิจารณาแล้วไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา

จำเลยยื่นคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เฉพาะกำหนดโทษจำคุกที่ลงแก่จำเลย เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 จำเลยฎีกาว่า จำเลยรู้สำนึกในการกระทำความผิดและไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ทั้งมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้ศาลให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีโดยขอให้ศาลฎีการับฎีกาไว้พิจารณาและพิพากษารอการลงโทษแก่จำเลยนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง มิใช่ปัญหาข้อกฎหมาย ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลฎีกาจึงไม่อาจรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260506_225106\000040.html
source_run
20260506_225106
supreme_black_case_no
ท.217/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท.
year
2567