คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8990/2568 ฉบับเต็ม

#724137
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8990/2568 พนักงานอัยการจังหวัดสวรรคโลก โจทก์ นาย ส. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 212, มาตรา 225 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), มาตรา 160 ตรี, มาตรา 160 ตรี/3 วรรคหนึ่ง จำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 ตรี และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำผิดครั้งแรก ให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอตามมาตรา 160 ตรี/3 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำเลยฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรกโดยไม่ปรับด้วยนั้น จึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่โจทก์มิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษปรับได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 43, 160 ตรี, 160 ตรี/1, 160 ตรี/2, 160 ตรี/3 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 42, 64 บวกโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 และ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี/1 ประกอบมาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง (ที่ถูก 160 ตรี/2 วรรคหนึ่งด้วย) พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง, 64 (ที่ถูก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91) ฐานขับรถในขณะเมาสุราซ้ำอีกภายในสองปี (ที่ถูก ฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรก) จำคุก 6 เดือน และปรับ 70,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานขับรถขณะเมาสุราซ้ำอีกภายในสองปี (ที่ถูก ฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรก) จำคุก 3 เดือน และปรับ 35,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ปรับ 500 บาท รวมจำคุก 3 เดือน และปรับ 35,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติจำเลย 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง อบรมวินัยจราจร 6 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 และหมายเลขแดงที่ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้นอีก 2 เดือน 10 วัน รวมจำคุก 5 เดือน 10 วัน ไม่รอการลงโทษจำคุก ไม่ปรับและไม่คุมความประพฤติของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า กรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ โดยตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ 230 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างมาก ย่อมทำให้ความสามารถในการขับและควบคุมรถให้แล่นไปได้โดยปลอดภัยตามปกติลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางจราจร จึงเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้ร่วมใช้ทาง ซึ่งผู้ขับรถจะต้องมีวินัยปฏิบัติตามกฎจราจรและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับรถอย่างเคร่งครัด ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยและสวัสดิภาพของประชาชน การกระทำของจำเลยนับว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ประกอบกับเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2565 จำเลยถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 1 เดือน และปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 ของศาลชั้นต้น และวันที่ 15 เมษายน 2566 จำเลยถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 1 เดือน 10 วัน และปรับ 4,600 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้น จำเลยกลับมากระทำความผิดซ้ำในลักษณะเดียวกับคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษในคดีดังกล่าว แสดงว่าจำเลยไม่ได้รู้สำนึกในการกระทำความผิดของตนและไม่ได้พยายามปรับปรุงแก้ไขกลับตัวให้เป็นพลเมืองที่ดี วิธีรอการลงโทษจำคุกจึงใช้ไม่ได้ผลกับจำเลย แม้จำเลยจะไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนก็ตาม กรณียังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยอีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง เมื่อจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 ตรี และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำผิดครั้งแรก ให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ ตามมาตรา 160 ตรี/3 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำเลยฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรกโดยไม่ปรับด้วยนั้น จึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่โจทก์มิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษปรับได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 พิพากษายืน (สุณิสา สมประสงค์-จรรยา จีระเรืองรัตนา-ประทีป เหมือนเตย) ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายถาวร เบ้าเงิน ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายมงคล แสงอรุณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1438/2568 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
724137
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสวรรคโลก",
        "judge": "นายถาวร เบ้าเงิน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายมงคล แสงอรุณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778871604152"
    }
}
date
2568
deka_no
8990/2568
deka_running_no
8990
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "สุณิสา สมประสงค์",
    "จรรยา จีระเรืองรัตนา",
    "ประทีป เหมือนเตย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 212",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 43 (2)",
            "ม. 160 ตรี",
            "ม. 160 ตรี/3 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสวรรคโลก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ส."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 43, 160 ตรี, 160 ตรี/1, 160 ตรี/2, 160 ตรี/3 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 42, 64 บวกโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 และ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี/1 ประกอบมาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง (ที่ถูก 160 ตรี/2 วรรคหนึ่งด้วย) พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง, 64 (ที่ถูก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91) ฐานขับรถในขณะเมาสุราซ้ำอีกภายในสองปี (ที่ถูก ฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรก) จำคุก 6 เดือน และปรับ 70,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานขับรถขณะเมาสุราซ้ำอีกภายในสองปี (ที่ถูก ฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรก) จำคุก 3 เดือน และปรับ 35,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ปรับ 500 บาท รวมจำคุก 3 เดือน และปรับ 35,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติจำเลย 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง อบรมวินัยจราจร 6 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 และหมายเลขแดงที่ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้นอีก 2 เดือน 10 วัน รวมจำคุก 5 เดือน 10 วัน ไม่รอการลงโทษจำคุก ไม่ปรับและไม่คุมความประพฤติของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า กรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ โดยตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ 230 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างมาก ย่อมทำให้ความสามารถในการขับและควบคุมรถให้แล่นไปได้โดยปลอดภัยตามปกติลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางจราจร จึงเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้ร่วมใช้ทาง ซึ่งผู้ขับรถจะต้องมีวินัยปฏิบัติตามกฎจราจรและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับรถอย่างเคร่งครัด ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยและสวัสดิภาพของประชาชน การกระทำของจำเลยนับว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ประกอบกับเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2565 จำเลยถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 1 เดือน และปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 ของศาลชั้นต้น และวันที่ 15 เมษายน 2566 จำเลยถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 1 เดือน 10 วัน และปรับ 4,600 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้น จำเลยกลับมากระทำความผิดซ้ำในลักษณะเดียวกับคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษในคดีดังกล่าว แสดงว่าจำเลยไม่ได้รู้สำนึกในการกระทำความผิดของตนและไม่ได้พยายามปรับปรุงแก้ไขกลับตัวให้เป็นพลเมืองที่ดี วิธีรอการลงโทษจำคุกจึงใช้ไม่ได้ผลกับจำเลย แม้จำเลยจะไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนก็ตาม กรณียังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยอีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง เมื่อจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 ตรี และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำผิดครั้งแรก ให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ ตามมาตรา 160 ตรี/3 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำเลยฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรกโดยไม่ปรับด้วยนั้น จึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่โจทก์มิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษปรับได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260516_020000\000001.html
source_run
20260516_020000
supreme_black_case_no
อ.1438/2568
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568