คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1716/2569 ฉบับเต็ม

#730560
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1716/2569 บริษัท อ. โจทก์ บริษัท ม. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 18 ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26, มาตรา 39 สิทธิในเครื่องหมายการค้าตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และสิทธิของบุคคลในการใช้นามตาม ป.พ.พ. มาตรา 18 เป็นสิทธิคนละประเภทกัน โจทก์ทราบความแตกต่างเป็นอย่างดี จึงบรรยายทั้งสิทธิในเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าในคำฟ้อง เมื่อคำว่า LION SAFETY และ LION SAFETY SHOES เป็นคำที่ประกอบอยู่ในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ และตามหนังสือแจ้งเตือนฯ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์บอกกล่าวจำเลยว่า จำเลยผลิต นำเข้าสินค้ารองเท้านิรภัยที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า LION SAFETY SHOES ของโจทก์และนำออกจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กับให้จำเลยยุติการผลิต นำเข้า และนำออกจำหน่ายสินค้าที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า LION SAFETY SHOES ภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ ซึ่งเป็นข้อความทำนองเดียวกับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ดังนั้น การที่โจทก์ระบุในคำขอท้ายฟ้องเพียงว่า ขอให้คำสั่งห้ามจำเลยใช้และนำออกจำหน่ายซึ่งสินค้ารองเท้านิรภัยที่ปรากฏเครื่องหมายการค้า LION SAFETY และ LION SAFETY SHOES ย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์จะขอให้บังคับเฉพาะสิทธิในเครื่องหมายการค้า ไม่รวมถึงชื่อทางการค้า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาห้ามจำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้ารองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 และมาตรา 39 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งห้ามจำเลยใช้และนำออกจำหน่ายซึ่งสินค้ารองเท้านิรภัยที่ปรากฏเครื่องหมายการค้า LION SAFETY และ LION SAFETY SHOES กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นผลประโยชน์ทางการค้าแก่โจทก์ 4,233,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563) ถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งตราขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ที่แก้ไขใหม่บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ กับห้ามมิให้จำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้าประเภทรองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้า ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ป้องกันภัยสำหรับคน ส่วนจำเลยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าเครื่องหนัง รองเท้า โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อใช้กับสินค้าจำพวก 9 รายการสินค้า รองเท้านิรภัย โจทก์แสดงปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวในอันที่จะใช้อักษรโรมันคำว่า SAFETY SHOES ทั้ง 2 แห่ง และคำว่า HIGH QUALITY โจทก์และจำเลยจำหน่ายสินค้ารองเท้านิรภัย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาห้ามจำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้ารองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องโดยกล่าวอ้างสิทธิในเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์ จำเลยให้การว่า สินค้ารองเท้านิรภัยของจำเลยแตกต่างจากสินค้าของโจทก์ทั้งในด้านการผลิตและด้านเครื่องหมายประกอบสินค้า ไม่ใช่ลักษณะเป็นอย่างเดียวกันหรือเหมือนคล้ายกับของจำเลยอันจะทำให้ประชาชนสับสนหลงผิดในการสั่งซื้อสินค้า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาท ข้อ 3 ว่า การกระทำของจำเลยมีลักษณะเป็นการนำชื่อทางการค้าของโจทก์ไปใช้เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของโจทก์หรือไม่ เป็นการกำหนดประเด็นข้อพิพาทที่ถูกต้องตามที่โจทก์บรรยายฟ้องและจำเลยให้การแล้ว อย่างไรก็ดี สิทธิในเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และสิทธิของบุคคลในการใช้นามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 เป็นสิทธิคนละประเภทกัน และโจทก์ทราบความแตกต่างเป็นอย่างดี จึงบรรยายทั้งสิทธิในเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าในคำฟ้อง เมื่อคำว่า LION SAFETY และ LION SAFETY SHOES เป็นคำที่ประกอบอยู่ในเครื่องหมายการค้า ของโจทก์ และตามหนังสือแจ้งเตือนให้ยุติการผลิตและจำหน่ายสินค้าลอกเลียนแบบ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์บอกกล่าวจำเลยว่า จำเลยผลิต นำเข้าสินค้ารองเท้านิรภัยที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า LION SAFETY SHOES ของโจทก์และนำออกจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กับให้จำเลยยุติการผลิต นำเข้า และนำออกจำหน่ายสินค้าที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า LION SAFETY SHOES ภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ ซึ่งเป็นข้อความทำนองเดียวกับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ดังนั้น การที่โจทก์ระบุในคำขอท้ายฟ้องเพียงว่า ขอให้มีคำสั่งห้ามจำเลยใช้ และนำออกจำหน่ายซึ่งสินค้ารองเท้านิรภัยที่ปรากฏเครื่องหมายการค้า LION SAFETY และ LION SAFETY SHOES ย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์จะขอให้บังคับเฉพาะสิทธิในเครื่องหมายการค้า ไม่รวมถึงชื่อทางการค้า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาห้ามจำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้ารองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 และมาตรา 39 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาในส่วนนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษในส่วนที่ห้ามมิให้จำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้าประเภทรองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุรพล คงลาภ-ปรีชา เชิดชู-ตุล เมฆยงค์) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางสาวกิติมา เสียงฉ่ำ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ - นางสาวธิดา จรรยาทิพย์สกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(ป)23/2568 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
730560
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางสาวกิติมา เสียงฉ่ำ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ",
        "judge": "นางสาวธิดา จรรยาทิพย์สกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1790362803328"
    }
}
date
2569
deka_no
1716/2569
deka_running_no
1716
deka_year
2569
department
แผนก
judges
[
    "สุรพล คงลาภ",
    "ปรีชา เชิดชู",
    "ตุล เมฆยงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26",
            "ม. 39"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ม."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งห้ามจำเลยใช้และนำออกจำหน่ายซึ่งสินค้ารองเท้านิรภัยที่ปรากฏเครื่องหมายการค้า LION SAFETY และ LION SAFETY SHOES กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นผลประโยชน์ทางการค้าแก่โจทก์ 4,233,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563) ถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งตราขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ที่แก้ไขใหม่บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ กับห้ามมิให้จำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้าประเภทรองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้า ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ป้องกันภัยสำหรับคน ส่วนจำเลยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าเครื่องหนัง รองเท้า โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อใช้กับสินค้าจำพวก 9 รายการสินค้า รองเท้านิรภัย โจทก์แสดงปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวในอันที่จะใช้อักษรโรมันคำว่า SAFETY SHOES ทั้ง 2 แห่ง และคำว่า HIGH QUALITY โจทก์และจำเลยจำหน่ายสินค้ารองเท้านิรภัย

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาห้ามจำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้ารองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องโดยกล่าวอ้างสิทธิในเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์ จำเลยให้การว่า สินค้ารองเท้านิรภัยของจำเลยแตกต่างจากสินค้าของโจทก์ทั้งในด้านการผลิตและด้านเครื่องหมายประกอบสินค้า ไม่ใช่ลักษณะเป็นอย่างเดียวกันหรือเหมือนคล้ายกับของจำเลยอันจะทำให้ประชาชนสับสนหลงผิดในการสั่งซื้อสินค้า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาท ข้อ 3 ว่า การกระทำของจำเลยมีลักษณะเป็นการนำชื่อทางการค้าของโจทก์ไปใช้เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของโจทก์หรือไม่ เป็นการกำหนดประเด็นข้อพิพาทที่ถูกต้องตามที่โจทก์บรรยายฟ้องและจำเลยให้การแล้ว อย่างไรก็ดี สิทธิในเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และสิทธิของบุคคลในการใช้นามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 เป็นสิทธิคนละประเภทกัน และโจทก์ทราบความแตกต่างเป็นอย่างดี จึงบรรยายทั้งสิทธิในเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าในคำฟ้อง เมื่อคำว่า LION SAFETY และ LION SAFETY SHOES เป็นคำที่ประกอบอยู่ในเครื่องหมายการค้า ของโจทก์ และตามหนังสือแจ้งเตือนให้ยุติการผลิตและจำหน่ายสินค้าลอกเลียนแบบ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์บอกกล่าวจำเลยว่า จำเลยผลิต นำเข้าสินค้ารองเท้านิรภัยที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า LION SAFETY SHOES ของโจทก์และนำออกจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กับให้จำเลยยุติการผลิต นำเข้า และนำออกจำหน่ายสินค้าที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า LION SAFETY SHOES ภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ ซึ่งเป็นข้อความทำนองเดียวกับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ดังนั้น การที่โจทก์ระบุในคำขอท้ายฟ้องเพียงว่า ขอให้มีคำสั่งห้ามจำเลยใช้ และนำออกจำหน่ายซึ่งสินค้ารองเท้านิรภัยที่ปรากฏเครื่องหมายการค้า LION SAFETY และ LION SAFETY SHOES ย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์จะขอให้บังคับเฉพาะสิทธิในเครื่องหมายการค้า ไม่รวมถึงชื่อทางการค้า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาห้ามจำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้ารองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 และมาตรา 39 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาในส่วนนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษในส่วนที่ห้ามมิให้จำเลยใช้ชื่อทางการค้าสำหรับสินค้าประเภทรองเท้านิรภัยว่า LION หรือ LION SAFETY หรือ LION SAFETY SHOES นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260926_020001\000001.html
source_run
20260926_020001
supreme_black_case_no
ทก.(ป)23/2568
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2569