คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2847/2544 ฉบับเต็ม

#91098
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2847/2544 บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวทองพูน สุขสนิท กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 84 (1), มาตรา 142 วรรคหนึ่ง, มาตรา 177 วรรคสอง, มาตรา 246 ตามคำฟ้องและคำให้การ ประเด็นข้อพิพาทมีเพียงประการเดียวว่าจำเลยทั้งสามเป็นนายจ้าง ตัวการ ผู้ใช้ หรือ ผู้ว่าจ้างวาน ส.หรือไม่ ส่วนประเด็นที่ว่าความประมาทเกิดจาก ส.ตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสามไม่ได้ให้การ ต่อสู้ไว้ ต้องฟังว่า ส. เป็นฝ่ายประมาทและเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง ประกอบกับ มาตรา 84 (1) การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาวินิจฉัยอีก เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 246 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงินจำนวน ๑๙๓,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดเนื่องจากจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุและนายสุรวิทย์ไม่ใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ กับนายสุวิทย์ได้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุจากจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุหรือเป็นนายจ้างหรือตัวการจ้างวานใช้ให้นายสุรวิทย์ ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุแต่ประการใด จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสามโดยฟังข้อเท็จจริงว่า นายสุรวิทย์ เขียวชัยภูมิ ผู้ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๑๐ - ๒๘๗๙ ขอนแก่น มิได้เป็นฝ่ายประมาทนั้น เป็นการพิพากษานอกประเด็นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๓๑๕๓ ขอนแก่น ไว้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดระดมเคหะกิจ ต่อมารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวซึ่งมีนายเสถียร โพธิชัยเลิศ เป็นผู้ขับได้เกิดชนกับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๑๐ - ๒๘๗๙ขอนแก่น มีนายสุรวิทย์เป็นผู้ขับ ทั้งนี้เกิดจากความประมาทของนายสุรวิทย์เป็นเหตุให้นายเสถียรถึงแก่ความตาย และรถยนต์บรรทุกที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑๙๓,๕๐๐ บาท ให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นนายจ้าง หรือตัวการ หรือผู้ใช้ หรือผู้จ้างวานนายสุรวิทย์ร่วมกันชดใช้เงิน ดังกล่าวแก่โจทก์ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิ ส่วนจำเลยทั้งสามให้การว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้เป็นนายจ้าง ตัวการ ผู้ใช้ หรือ ผู้จ้างวานนายสุรวิทย์ ตามคำฟ้องและคำให้การดังกล่าว ประเด็นข้อพิพาทมีเพียงประการเดียวว่า จำเลยทั้งสามเป็น นายจ้าง ตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้จ้างวานนายสุรวิทย์หรือไม่ ส่วนประเด็นที่ว่า ความประมาทเกิดจากนายสุรวิทย์หรือไม่นั้น เมื่อจำเลยทั้งสามไม่ได้ให้การต่อสู้ในเรื่องนี้ไว้ ต้องฟังว่านายสุรวิทย์เป็นฝ่ายประมาทและเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้ว ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๘๔ (๑) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ หยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาวินิจฉัยอีก เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๔๖ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิจารณาและพิพากษาคดีใหม่ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-วิเทพ ศิริพากย์-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลจังหวัดพล - นายจิรเวทย์ อุนนะนันท์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายอัครศักย์ จิตธรรมมา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91098
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพล",
        "judge": "นายจิรเวทย์ อุนนะนันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายอัครศักย์ จิตธรรมมา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064718"
    }
}
date
2544
deka_no
2847/2544
deka_running_no
2847
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 84 (1)",
            "ม. 142 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 177 วรรคสอง",
            "ม. 246"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวทองพูน สุขสนิท กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงินจำนวน ๑๙๓,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดเนื่องจากจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุและนายสุรวิทย์ไม่ใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ กับนายสุวิทย์ได้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุจากจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุหรือเป็นนายจ้างหรือตัวการจ้างวานใช้ให้นายสุรวิทย์ ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุแต่ประการใด จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสามโดยฟังข้อเท็จจริงว่า นายสุรวิทย์ เขียวชัยภูมิ ผู้ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๑๐ - ๒๘๗๙ ขอนแก่น มิได้เป็นฝ่ายประมาทนั้น เป็นการพิพากษานอกประเด็นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๓๑๕๓ ขอนแก่น ไว้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดระดมเคหะกิจ ต่อมารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวซึ่งมีนายเสถียร โพธิชัยเลิศ เป็นผู้ขับได้เกิดชนกับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๑๐ - ๒๘๗๙ขอนแก่น มีนายสุรวิทย์เป็นผู้ขับ ทั้งนี้เกิดจากความประมาทของนายสุรวิทย์เป็นเหตุให้นายเสถียรถึงแก่ความตาย และรถยนต์บรรทุกที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑๙๓,๕๐๐ บาท ให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นนายจ้าง หรือตัวการ หรือผู้ใช้ หรือผู้จ้างวานนายสุรวิทย์ร่วมกันชดใช้เงิน ดังกล่าวแก่โจทก์ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิ ส่วนจำเลยทั้งสามให้การว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้เป็นนายจ้าง ตัวการ ผู้ใช้ หรือ ผู้จ้างวานนายสุรวิทย์ ตามคำฟ้องและคำให้การดังกล่าว ประเด็นข้อพิพาทมีเพียงประการเดียวว่า จำเลยทั้งสามเป็น นายจ้าง ตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้จ้างวานนายสุรวิทย์หรือไม่ ส่วนประเด็นที่ว่า ความประมาทเกิดจากนายสุรวิทย์หรือไม่นั้น เมื่อจำเลยทั้งสามไม่ได้ให้การต่อสู้ในเรื่องนี้ไว้ ต้องฟังว่านายสุรวิทย์เป็นฝ่ายประมาทและเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้ว ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๘๔ (๑) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ หยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาวินิจฉัยอีก เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๔๖ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิจารณาและพิพากษาคดีใหม่ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001115.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544