คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4541/2543 ฉบับเต็ม

#91202
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4541/2543 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายประวัติ พงษ์สุวิเชษศักดิ์ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 80, มาตรา 83 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, มาตรา 89, มาตรา 62 วรรคหนึ่ง, มาตรา 106 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยที่ 2 รับเงินของกลางจากสายลับที่มาล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน แล้วติดต่อให้จำเลยที่ 1 ซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง 5 เม็ดมายังหอพักที่เกิดเหตุ โดยเดินทางมาถึงพร้อมกัน พฤติการณ์ดังกล่าวจึงบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีนแก่สายลับ แต่การที่จำเลยที่ 2 ตกลงขายเมทแอมเฟตามีนและรับเงินจำนวน 200 บาท ที่สายลับนำมาล่อซื้อเก็บไว้ แล้วติดต่อให้จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบแก่สายลับ และถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อนที่จะมีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกัน การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างจำเลยทั้งสองจึงไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามขายเมทแอมเฟตามีนและฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖ คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๓/๒๕๓๙ และนับโทษจำเลยที่ ๒ ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๔/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙, ๖๒ วรรคหนึ่ง, ๑๐๖ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ขณะกระทำผิดจำเลยที่ ๑ มีอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ มีอายุไม่เกิน ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ และ ๗๖ ลงโทษจำเลยคนละ ๒ ปี ๖ เดือน คำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสอง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๒๐ เดือน คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๓/๒๕๓๙ กับนับโทษจำเลยที่ ๒ ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๔/๒๕๓๙ นั้น ไม่ปรากฏว่า ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ รับธนบัตรของกลางจากสายลับที่มาล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน แล้วติดต่อให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำนวน ๕ เม็ด มายังหอพักที่เกิดเหตุ โดยเดินทางมาถึงพร้อมกัน พฤติการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่สายลับ โดยจำเลยที่ ๒ ตกลงขายเมทแอมเฟตามีนและรับเงินจำนวน ๒๐๐ บาท ที่สายลับนำมาล่อซื้อเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วติดต่อให้จำเลยที่ ๑ นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบแก่สายลับ แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างจำเลยทั้งสองกับสายลับจึงไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเพียงความผิดฐานพยายามขายเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน ๕ เม็ด และฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานพยายามขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และฐานมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครอง ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙, ๖๒ วรรคหนึ่ง, ๑๐๖ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ขณะกระทำผิดจำเลยที่ ๑ อายุไม่เกิน ๑๗ ปี จำเลยที่ ๒ อายุไม่เกิน ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ และ ๗๖ ลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี ๘ เดือน คำรับสารภาพชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑๓ เดือน ๑๐ วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๖. (สุเทพ เจตนาการณ์กุล-ระพิณ บุญสิทธิ์-วิชัย วิสิทธวงศ์) ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายสุธี ปิ่นนิกร ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายกฤษณ์ ผือโย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91202
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกำแพงเพชร",
        "judge": "นายสุธี ปิ่นนิกร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายกฤษณ์ ผือโย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082073121"
    }
}
date
2543
deka_no
4541/2543
deka_running_no
4541
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล",
    "ระพิณ บุญสิทธิ์",
    "วิชัย วิสิทธวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 80",
            "ม. 83"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 13 ทวิ วรรคหนึ่ง",
            "ม. 89",
            "ม. 62 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 106 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประวัติ พงษ์สุวิเชษศักดิ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖ คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๓/๒๕๓๙ และนับโทษจำเลยที่ ๒ ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๔/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙, ๖๒ วรรคหนึ่ง, ๑๐๖ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ขณะกระทำผิดจำเลยที่ ๑ มีอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ มีอายุไม่เกิน ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ และ ๗๖ ลงโทษจำเลยคนละ ๒ ปี ๖ เดือน คำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสอง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๒๐ เดือน คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๓/๒๕๓๙ กับนับโทษจำเลยที่ ๒ ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๘๐๔/๒๕๓๙ นั้น ไม่ปรากฏว่า ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง จึงให้ยกคำขอส่วนนี้

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ รับธนบัตรของกลางจากสายลับที่มาล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน แล้วติดต่อให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำนวน ๕ เม็ด มายังหอพักที่เกิดเหตุ โดยเดินทางมาถึงพร้อมกัน พฤติการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่สายลับ โดยจำเลยที่ ๒ ตกลงขายเมทแอมเฟตามีนและรับเงินจำนวน ๒๐๐ บาท ที่สายลับนำมาล่อซื้อเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วติดต่อให้จำเลยที่ ๑ นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบแก่สายลับ แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างจำเลยทั้งสองกับสายลับจึงไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเพียงความผิดฐานพยายามขายเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน ๕ เม็ด และฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตเท่านั้น

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานพยายามขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และฐานมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครอง ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙, ๖๒ วรรคหนึ่ง, ๑๐๖ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ขณะกระทำผิดจำเลยที่ ๑ อายุไม่เกิน ๑๗ ปี จำเลยที่ ๒ อายุไม่เกิน ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ และ ๗๖ ลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี ๘ เดือน คำรับสารภาพชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑๓ เดือน ๑๐ วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๖.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001191.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543