คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4677/2543 ฉบับเต็ม

#91210
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4677/2543 นายไฉน ทิมบึงพร้าว กับพวก โจทก์ นางลับ นิ่มสุข จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 ตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 โจทก์ทั้งเจ็ดขอให้บังคับจำเลยแก้ไขชื่อผู้ถือสิทธิตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) เลขที่ 150 และ 151 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่ง คำขอท้ายฟ้องเช่นนั้นมีความหมายว่า ขอให้จำเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งนั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจพิพากษา ให้จำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๙, ๒๑, ๔๒๖ ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดถือสิทธิครอบครองร่วมกึ่งหนึ่งของ ที่ดินทั้งสามแปลง และดำเนินการจดทะเบียนแก้ใขชื่อผู้มีสิทธิเดิมตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งของที่ดินทั้งสองแปลง หากจำเลยไม่ดำเนินการให้จำเลยถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการมรดก จำเลยให้กาว่า ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกทุกแปลงเป็นทรัพย์ที่จำเลยทำมาหาได้ร่วมกับเจ้ามรดก ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกแล้ว จำเลยมีหน้าที่จัดการทรัพย์มรดกในส่วนของจำเลยกึ่งหนึ่งโดยไม่มีหน้าที่ที่จะไปจัดการทรัพย์มรดกที่ไม่ใช่ส่วนของจำเลย จำเลยครอบครองที่ดินทั้งห้าแปลง ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า ๑๓ ปีแล้ว โดยโจทก์ทั้งเจ็ดไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง บิดามารดาของโจทก์ทั้งเจ็ดไม่ใช้สิทธิเรียกร้อง ทรัพย์มรดกภายใน ๑ ปี โจทก์ทั้งเจ็ดไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายกลึง ทิมบึงพร้าว ส่งมอบการครอบครองและดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๙, ๒๑, ๔๒๖ ให้แก่ โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งของทุกแปลง หากจำเลยไม่ดำเนินการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ให้โจทก์ทั้งเจ็ด กึ่งหนึ่ง คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒ โจทก์ทั้งเจ็ดขอให้บังคับจำเลยแก้ไขชื่อผู้ถือสิทธิตามแบบแจ้ง การครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่ง คำขอท้ายฟ้องเช่นนั้นมีความหมายว่า ขอให้จำเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งนั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งได้ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ พิพากษายืน . (ทองหล่อ โฉมงาม-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ) ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายวรพจน์ อินทวดี ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91210
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพิษณุโลก",
        "judge": "นายวรพจน์ อินทวดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายสู่บุญ วุฒิวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072900"
    }
}
date
2543
deka_no
4677/2543
deka_running_no
4677
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายไฉน ทิมบึงพร้าว กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางลับ นิ่มสุข"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๙, ๒๑, ๔๒๖ ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดถือสิทธิครอบครองร่วมกึ่งหนึ่งของ ที่ดินทั้งสามแปลง และดำเนินการจดทะเบียนแก้ใขชื่อผู้มีสิทธิเดิมตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งของที่ดินทั้งสองแปลง หากจำเลยไม่ดำเนินการให้จำเลยถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการมรดก

จำเลยให้กาว่า ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกทุกแปลงเป็นทรัพย์ที่จำเลยทำมาหาได้ร่วมกับเจ้ามรดก ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกแล้ว จำเลยมีหน้าที่จัดการทรัพย์มรดกในส่วนของจำเลยกึ่งหนึ่งโดยไม่มีหน้าที่ที่จะไปจัดการทรัพย์มรดกที่ไม่ใช่ส่วนของจำเลย จำเลยครอบครองที่ดินทั้งห้าแปลง ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า ๑๓ ปีแล้ว โดยโจทก์ทั้งเจ็ดไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง บิดามารดาของโจทก์ทั้งเจ็ดไม่ใช้สิทธิเรียกร้อง ทรัพย์มรดกภายใน ๑ ปี โจทก์ทั้งเจ็ดไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายกลึง ทิมบึงพร้าว ส่งมอบการครอบครองและดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๙, ๒๑, ๔๒๖ ให้แก่ โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งของทุกแปลง หากจำเลยไม่ดำเนินการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ให้โจทก์ทั้งเจ็ด กึ่งหนึ่ง คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒ โจทก์ทั้งเจ็ดขอให้บังคับจำเลยแก้ไขชื่อผู้ถือสิทธิตามแบบแจ้ง การครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่ง คำขอท้ายฟ้องเช่นนั้นมีความหมายว่า ขอให้จำเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งนั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งได้ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001189.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543