คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4702/2543 ฉบับเต็ม

#91211
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4702/2543 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรัง เอส ที กลการ ผู้ร้อง นายดม สังกาญจน์หรือสั่งการ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 36 ป.วิ.พ. มาตรา 147 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.อ. มาตรา 36 บัญญัติให้เจ้าของทรัพย์ที่แท้จริงเสนอคำขอคืนของกลางต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วัน คำพิพากษาถึงที่สุด คำว่า "หนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด" หมายถึงกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่คดีเรื่องนั้นถึงที่สุด โดยเริ่มนับเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 มิใช่นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบของกลางแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีนี้แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ในเรื่องริบของกลางแต่จำเลยยังอุทธรณ์เรื่องขอให้รอการลงโทษจำคุกอยู่ คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๘) (ที่ถูก มาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๘) วรรคสอง), ๓๓๖ ทวิ จำคุกคนละ ๙ เดือน ริบรถจักรยานยนต์และถุงผ้าของกลาง ส่วนนกเขียวและกรงนกของกลางคืนเจ้าของ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒,๕๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี โดยคุมประพฤติจำเลยไว้ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของโจทก์ว่า จำเลยยื่นคำร้องขอคืนของกลางเกินกำหนด ๑ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๓๖ หรือไม่ เห็นว่า ป.อ. มาตรา ๓๖ บัญญัติให้เจ้าของทรัพย์ที่แท้จริงเสนอคำขอต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด คำว่า "หนึ่งปีนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด" หมายถึง กำหนดระยะเวลา ๑ ปี นับแต่คดีเรื่องนั้นถึงที่สุด โดยเริ่มนับเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๗ วรรคสอง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ มิใช่นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบของกลาง แล้วไม่มีฝายใดอุทธรณ์ดังที่โจทก์ฎีกา คดีนี้แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ในเรื่องริบของกลางแต่จำเลยยังอุทธรณ์เรื่องขอให้ รอการลงโทษจำคุกอยู่ คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๐ โจทก์และจำเลยมิได้ฎีกา คดีจึงถึงที่สุดเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๐ การที่ผู้ร้องร้องขอคืนของกลางเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๑ จึงเป็นการร้องขอต่อศาลภายใน ๑ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๓๖ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ ฟังไม่ขึ้น? พิพากษายืน . (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-อภิศักดิ์ พรวชิราภา-ยงยศ นิสภัครกุล) ศาลจังหวัดตรัง - นายพิสุทธิ์ สุวบุญประภัทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมพันธ์ พันธุสิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91211
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตรัง",
        "judge": "นายพิสุทธิ์ สุวบุญประภัทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายสมพันธ์ พันธุสิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072801"
    }
}
date
2543
deka_no
4702/2543
deka_running_no
4702
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "อภิศักดิ์ พรวชิราภา",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 147"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดตรัง"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรัง เอส ที กลการ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายดม สังกาญจน์หรือสั่งการ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๘) (ที่ถูก มาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๘) วรรคสอง), ๓๓๖ ทวิ จำคุกคนละ ๙ เดือน ริบรถจักรยานยนต์และถุงผ้าของกลาง ส่วนนกเขียวและกรงนกของกลางคืนเจ้าของ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒,๕๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี โดยคุมประพฤติจำเลยไว้ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของโจทก์ว่า จำเลยยื่นคำร้องขอคืนของกลางเกินกำหนด ๑ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๓๖ หรือไม่ เห็นว่า ป.อ. มาตรา ๓๖ บัญญัติให้เจ้าของทรัพย์ที่แท้จริงเสนอคำขอต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด คำว่า "หนึ่งปีนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด" หมายถึง กำหนดระยะเวลา ๑ ปี นับแต่คดีเรื่องนั้นถึงที่สุด โดยเริ่มนับเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๗ วรรคสอง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ มิใช่นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบของกลาง แล้วไม่มีฝายใดอุทธรณ์ดังที่โจทก์ฎีกา คดีนี้แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ในเรื่องริบของกลางแต่จำเลยยังอุทธรณ์เรื่องขอให้ รอการลงโทษจำคุกอยู่ คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๐ โจทก์และจำเลยมิได้ฎีกา คดีจึงถึงที่สุดเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๐ การที่ผู้ร้องร้องขอคืนของกลางเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๑ จึงเป็นการร้องขอต่อศาลภายใน ๑ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๓๖ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ ฟังไม่ขึ้น?

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001188.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543