คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5199/2543 ฉบับเต็ม

#91221
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5199/2543 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โจทก์ นายสอาด ศรีโอภาส จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1599, มาตรา 1600 ป.วิ.พ. มาตรา 282 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 282 บัญญัติว่า "ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งใดกำหนดให้ชำระเงินจำนวนหนึ่งภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติห้ามาตราต่อไปนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจที่จะรวบรวมเงินเพื่อให้พอชำระตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธียึดหรืออายัดและขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ คือ (1) โดยวิธียึดและขายทอดตลาดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ" หมายความว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทุกประเภททั้งสังหาริมทรัพย์ที่มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเจ้ามรดกซึ่งเป็นบิดาของจำเลยได้ถึงแก่กรรมลงโดยไม่ปรากฏว่ามีการทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายอันเป็นกองมรดกย่อมตกทอดแก่ทางทายาทโดยธรรมทันที ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1600 ดังนั้นจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย จึงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแม้จะยังไม่มีชื่อจำเลยเป็นของกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนที่ดินก็ตาม โจทก์จึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 73,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินต่าง ๆ ของจำเลยภายในบ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ 3 แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2542 โจทก์ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยเพิ่มเติม โดยขอให้ยึดที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2318 พร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดกของบิดาจำเลยซึ่งถึงแก่กรรมและตกเป็นมรดกแก่จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมคนหนึ่ง เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่า ที่ดินที่จะนำยึดไม่ใช่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่อาจดำเนินการให้ได้ ยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์สินดังกล่าวของจำเลยเพิ่มเติมให้แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า ทรัพย์ที่โจทก์ขอยึดเป็นที่ดินมีชื่อของบุคคลอื่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตามคำร้องของโจทก์ จำเลยมีสิทธิได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม จึงเป็นเพียงสิทธิที่จำเลยจะได้รับเท่านั้น ที่ดินดังกล่าวยังมิได้มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดย่อมไม่สามารถกระทำได้ เพราะการยึดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 282 (1) ทรัพย์นั้นจะต้องเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไม่ยึดที่ดินตามคำร้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์มิได้ยื่นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของศาลแรงงานกลางต่อศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำสั่งของศาลแรงงานกลาง แล้วให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลแรงงานกลางไต่สวนพยานโจทก์แล้วมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์ได้ยื่นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 282 บัญญัติว่า "ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งใดกำหนดให้ชำระเงินจำนวนหนึ่ง ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติห้ามาตราต่อไปนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจที่จะรวบรวมเงินให้พอชำระตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธียึดหรืออายัดและขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ คือ (1) โดยวิธียึดและขายทอดตลาดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่าง และอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ" หมายความว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทุกประเภททั้งสังหาริมทรัพย์ที่มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเจ้ามรดกซึ่งเป็นบิดาของจำเลยได้ถึงแก่กรรมลง โดยไม่ปรากฏว่ามีการทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายอันเป็นกองมรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันที ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1600 ดังนั้นจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2318 พร้อมสิ่งปลูกสร้างแม้จะยังไม่มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนที่ดินก็ตาม โจทก์จึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2318 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-สละ เทศรำพรรณ-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายพงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91221
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายพงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072235"
    }
}
date
2543
deka_no
5199/2543
deka_running_no
5199
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "สละ เทศรำพรรณ",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1599",
            "ม. 1600"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 282"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสอาด ศรีโอภาส"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 73,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินต่าง ๆ ของจำเลยภายในบ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ 3 แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2542 โจทก์ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยเพิ่มเติม โดยขอให้ยึดที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2318 พร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดกของบิดาจำเลยซึ่งถึงแก่กรรมและตกเป็นมรดกแก่จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมคนหนึ่ง เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่า ที่ดินที่จะนำยึดไม่ใช่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่อาจดำเนินการให้ได้ ยกคำร้อง

โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์สินดังกล่าวของจำเลยเพิ่มเติมให้แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า ทรัพย์ที่โจทก์ขอยึดเป็นที่ดินมีชื่อของบุคคลอื่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตามคำร้องของโจทก์ จำเลยมีสิทธิได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม จึงเป็นเพียงสิทธิที่จำเลยจะได้รับเท่านั้น ที่ดินดังกล่าวยังมิได้มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดย่อมไม่สามารถกระทำได้ เพราะการยึดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 282 (1) ทรัพย์นั้นจะต้องเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไม่ยึดที่ดินตามคำร้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์มิได้ยื่นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของศาลแรงงานกลางต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำสั่งของศาลแรงงานกลาง แล้วให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

ศาลแรงงานกลางไต่สวนพยานโจทก์แล้วมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์ได้ยื่นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 282 บัญญัติว่า "ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งใดกำหนดให้ชำระเงินจำนวนหนึ่ง ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติห้ามาตราต่อไปนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจที่จะรวบรวมเงินให้พอชำระตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธียึดหรืออายัดและขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ คือ

(1) โดยวิธียึดและขายทอดตลาดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่าง และอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ"

หมายความว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทุกประเภททั้งสังหาริมทรัพย์ที่มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเจ้ามรดกซึ่งเป็นบิดาของจำเลยได้ถึงแก่กรรมลง โดยไม่ปรากฏว่ามีการทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายอันเป็นกองมรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันที ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1600 ดังนั้นจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2318 พร้อมสิ่งปลูกสร้างแม้จะยังไม่มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนที่ดินก็ตาม โจทก์จึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2318 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001183.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543