คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5201 -ที่ 5202/2543 ฉบับเต็ม

#91222
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5201 - 5202/2543 บริษัทเมืองทองอุตสาหกรรมอาลูมีเนียม จำกัด ผู้ร้อง นายนุกูล วรรณศรี กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 583 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องว่าด้วยการสิ้นสุดสภาพการจ้างในเรื่องการเลิกจ้าง กำหนดให้ผู้ร้องเลิกจ้างพนักงานที่ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบวินัยการทำงานกรณีร้ายแรงได้ทันที โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และบทที่ 8 ว่าด้วยวินัยในการทำงานและการดำเนินการทางวินัย ข้อ 8.2.1 ในเรื่องลักษณะความผิดวินัยว่าด้วยการปฏิบัติงานข้อ 3 กำหนดว่า การละทิ้งหน้าที่เป็นการผิดวินัยในการปฏิบัติงาน เมื่อผู้คัดค้านทั้งสองมีหน้าที่ดูแลเตาอบโฮโมจิไนซ์ซึ่งใช้อบแท่งอะลูมิเนียม ต้องคอยกดปุ่มนำแท่งอะลูมิเนียมที่อบได้ขนาดตามกำหนดเวลาแล้วออกจากเตาอบ เมื่อมีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นและรู้อยู่แล้วว่า หากเปิดเตาอบทิ้งไว้ในขณะที่มีอะลูมิเนียมอยู่ในเตาอบ โดยไม่มีคนคอยดูแลนำอะลูมิเนียมที่อบได้ขนาดแล้วออกจากเตาอบ อะลูมิเนียมอาจจะละลายและอาจเกิดไฟไหม้ได้ การที่ผู้คัดค้านทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปอยู่ที่โรงอาหาร โดยไม่ปิดวาล์วหรือที่ปิดเปิดแก๊สของเตาอบ จนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้บริเวณเตาอบทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ถือได้ว่าผู้คัดค้านทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบวินัยเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องเป็นกรณีร้ายแรง ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างและกรรมการลูกจ้างได้ ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกผู้คัดค้านตามลำดับสำนวนว่าผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านทั้งสองโดยตักเตือนเป็นหนังสือ คำขออื่นให้ยก ผู้ร้องทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองโดยอ้างเหตุขอเลิกจ้างไว้ด้วยว่า ผู้คัดค้านทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานและทำผิดวินัยว่าด้วยการปฏิบัติงานขั้นร้ายแรง แม้ศาลแรงงานกลางจะไม่ได้วินิจฉัยไว้ ผู้ร้องก็ยกเหตุดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ได้และเห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าการกระทำของผู้คัดค้านทั้งสองเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบวินัยเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องบทที่ 10 ว่าด้วยการสิ้นสุดสภาพการจ้าง ในเรื่องการเลิกจ้าง ข้อ 10.4.2 (3) กำหนดให้ผู้ร้องเลิกจ้างพนักงานที่ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบวินัยการทำงานกรณีร้ายแรงได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และบทที่ 8 ว่าด้วยวินัยในการทำงานและการดำเนินการทางวินัยข้อ 8.2.1 ในเรื่องลักษณะความผิดวินัยว่าด้วยการปฏิบัติงาน ข้อ 3 กำหนดว่าการละทิ้งหน้าที่เป็นการผิดวินัยในการปฏิบัติงาน เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่าผู้คัดค้านทั้งสองมีหน้าที่ดูแลเตาอบโฮโมจิไนซ์ซึ่งใช้อบแท่งอะลูมิเนียม ต้องคอยกดปุ่มนำแท่งอะลูมิเนียมที่อบได้ขนาดตามกำหนดเวลาแล้วออกจากเตาอบเมื่อมีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นและรู้อยู่แล้วว่าหากเปิดเตาอบทิ้งไว้ในขณะที่มีอะลูมิเนียมอยู่ในเตาอบโดยไม่มีคนคอยดูแลนำอะลูมิเนียมที่อบได้ขนาดแล้วออกจากเตาอบ อะลูมิเนียมอาจจะละลายและอาจเกิดไฟไหม้ได้ การที่ผู้คัดค้านทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปอยู่ที่โรงอาหารโดยไม่ปิดวาล์วหรือที่ปิดเปิดแก๊สของเตาอบ จนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้บริเวณเตาอบทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ถือได้ว่าผู้คัดค้านทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบวินัยเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องเป็นกรณีร้ายแรง ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้ อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่น พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้ตามคำร้อง. (จรัส พวงมณี-สละ เทศรำพรรณ-กมล เพียรพิทักษ์) ศาลแรงงานกลาง - นายชาตรี ศิริรักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91222
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายชาตรี ศิริรักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072231"
    }
}
date
2543
deka_no
5202/2543
deka_running_no
5202
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "สละ เทศรำพรรณ",
    "กมล เพียรพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 583"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเมืองทองอุตสาหกรรมอาลูมีเนียม จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายนุกูล วรรณศรี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกผู้คัดค้านตามลำดับสำนวนว่าผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2

ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง

ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านทั้งสองโดยตักเตือนเป็นหนังสือ คำขออื่นให้ยก

ผู้ร้องทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองโดยอ้างเหตุขอเลิกจ้างไว้ด้วยว่า ผู้คัดค้านทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานและทำผิดวินัยว่าด้วยการปฏิบัติงานขั้นร้ายแรง แม้ศาลแรงงานกลางจะไม่ได้วินิจฉัยไว้ ผู้ร้องก็ยกเหตุดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ได้และเห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าการกระทำของผู้คัดค้านทั้งสองเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบวินัยเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องบทที่ 10 ว่าด้วยการสิ้นสุดสภาพการจ้าง ในเรื่องการเลิกจ้าง ข้อ 10.4.2 (3) กำหนดให้ผู้ร้องเลิกจ้างพนักงานที่ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบวินัยการทำงานกรณีร้ายแรงได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และบทที่ 8 ว่าด้วยวินัยในการทำงานและการดำเนินการทางวินัยข้อ 8.2.1 ในเรื่องลักษณะความผิดวินัยว่าด้วยการปฏิบัติงาน ข้อ 3 กำหนดว่าการละทิ้งหน้าที่เป็นการผิดวินัยในการปฏิบัติงาน เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่าผู้คัดค้านทั้งสองมีหน้าที่ดูแลเตาอบโฮโมจิไนซ์ซึ่งใช้อบแท่งอะลูมิเนียม ต้องคอยกดปุ่มนำแท่งอะลูมิเนียมที่อบได้ขนาดตามกำหนดเวลาแล้วออกจากเตาอบเมื่อมีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นและรู้อยู่แล้วว่าหากเปิดเตาอบทิ้งไว้ในขณะที่มีอะลูมิเนียมอยู่ในเตาอบโดยไม่มีคนคอยดูแลนำอะลูมิเนียมที่อบได้ขนาดแล้วออกจากเตาอบ อะลูมิเนียมอาจจะละลายและอาจเกิดไฟไหม้ได้ การที่ผู้คัดค้านทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปอยู่ที่โรงอาหารโดยไม่ปิดวาล์วหรือที่ปิดเปิดแก๊สของเตาอบ จนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้บริเวณเตาอบทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ถือได้ว่าผู้คัดค้านทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบวินัยเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องเป็นกรณีร้ายแรง ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้ อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่น

พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้ตามคำร้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001183.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5201 -
year
2543