คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5541/2543 ฉบับเต็ม

#91231
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5541/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทสยามดัทช์ โมสควิโต้ เน็ตติ้ง จำกัด โจทก์ร่วม นางสาวสุภิณ แซ่ยิ้ง กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 176 ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38, มาตรา 45 จำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ข้อเท็จจริงในคดีจึงต้องรับฟังเป็นยุติถึงการกระทำความผิดของจำเลยได้ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยไม่อาจที่จะโต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ การที่จำเลยอุทธรณ์ขึ้นมาว่ามิได้มีเจตนากระทำผิด เป็นอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติไปแล้ว อันถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 45 และ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓, ๖๓, ๗๗ จัตวา, ๘๕, ๘๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๐ ริบของกลาง ระหว่างพิจารณา บริษัทสยามดัทช์ โมสควิโต้ เน็ตติ้ง จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘๕, ๘๘ ประกอบมาตรา ๖๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๑ ปี และปรับคนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๖ เดือน และปรับคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ คงปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กลับตัวต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๓ เพียงผู้เดียวเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นเพียงผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยที่ ๒ เท่านั้น ในการที่จำเลยที่ ๒ ผลิตสินค้าของกลางก็มิได้ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ แต่ผลิตตามที่มีลูกค้าจากต่างประเทศว่าจ้างให้ผลิตโดยลูกค้าเป็นผู้กำหนดรูปแบบสินค้าพร้อมส่งตัวอย่างมาให้เป็นแบบด้วย ทั้งจำเลยทั้งสามไม่ทราบมาก่อนว่าโจทก์ร่วมได้ขอรับสิทธิบัตรและได้รับสิทธิบัตรแบบผลิตภัณฑ์สำหรับสินค้าตามฟ้อง จำเลยทั้งสามมิได้มีเจตนากระทำผิดคดีนี้นั้น เห็นว่า จำเลยทั้งสามได้ให้การรับสารภาพว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์แล้ว ดังนั้น ข้อเท็จจริงในคดีจึงต้องรับฟังเป็นยุติถึงการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามได้ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสามไม่อาจที่จะโต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ การที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขึ้นมาดังกล่าวนั้น เป็นอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติไปแล้วอันถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสามมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสามคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงปรับคนละ ๕๐,๐๐๐ บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ และบังคับจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง. (พินิจ เพชรรุ่ง-ทวีชัย เจริญบัณฑิต-พิชิต คำแฝง) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายวราคมน์ เลี้ยวพันธุ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91231
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นายวราคมน์ เลี้ยวพันธุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082071789"
    }
}
date
2543
deka_no
5541/2543
deka_running_no
5541
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "ทวีชัย เจริญบัณฑิต",
    "พิชิต คำแฝง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 176"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 38",
            "ม. 45"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "บริษัทสยามดัทช์ โมสควิโต้ เน็ตติ้ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวสุภิณ แซ่ยิ้ง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓, ๖๓, ๗๗ จัตวา, ๘๕, ๘๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๐ ริบของกลาง

ระหว่างพิจารณา บริษัทสยามดัทช์ โมสควิโต้ เน็ตติ้ง จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘๕, ๘๘ ประกอบมาตรา ๖๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๑ ปี และปรับคนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๖ เดือน และปรับคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ คงปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กลับตัวต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๓ เพียงผู้เดียวเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นเพียงผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยที่ ๒ เท่านั้น ในการที่จำเลยที่ ๒ ผลิตสินค้าของกลางก็มิได้ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ แต่ผลิตตามที่มีลูกค้าจากต่างประเทศว่าจ้างให้ผลิตโดยลูกค้าเป็นผู้กำหนดรูปแบบสินค้าพร้อมส่งตัวอย่างมาให้เป็นแบบด้วย ทั้งจำเลยทั้งสามไม่ทราบมาก่อนว่าโจทก์ร่วมได้ขอรับสิทธิบัตรและได้รับสิทธิบัตรแบบผลิตภัณฑ์สำหรับสินค้าตามฟ้อง จำเลยทั้งสามมิได้มีเจตนากระทำผิดคดีนี้นั้น เห็นว่า จำเลยทั้งสามได้ให้การรับสารภาพว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์แล้ว ดังนั้น ข้อเท็จจริงในคดีจึงต้องรับฟังเป็นยุติถึงการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามได้ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสามไม่อาจที่จะโต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ การที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขึ้นมาดังกล่าวนั้น เป็นอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติไปแล้วอันถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสามมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง?

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสามคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงปรับคนละ ๕๐,๐๐๐ บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ และบังคับจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001179.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543