คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6794/2543 ฉบับเต็ม

#91257
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6794/2543 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทไทยโปรไฟล์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 46, มาตรา 180 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ชื่อประเภทของสินค้าที่แปลไม่ถูกต้องที่โจทก์ได้กล่าวมาในคำฟ้องและระบุไว้ในคำแปลท้ายฟ้อง จึงไม่ใช่สาระสำคัญอันเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทในคดี การขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ในส่วนดังกล่าวไม่เป็นการเพิ่มหรือลดจำนวนทุนทรัพย์หรือเพิ่มหรือลดข้อหาในคำฟ้องเพียงแต่เป็นการแก้ไขคำฟ้องเดิมที่ผิดพลาดเพราะการแปลข้อความภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เพื่อให้ข้อความถูกต้องตรงกับความเป็นจริงตามข้อความในต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ทั้งไม่ทำให้ผลทางกฎหมายเปลี่ยนแปลงไป จึงถือได้ว่าเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย ซึ่งโจทก์อาจขอแก้ไขในเวลาใด ๆ ก็ได้ ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 180 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินจำนวน 56,791,051 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 32,729,743.48 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1 และทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งเจ็ดออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 และที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ระหว่างการพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง หลังจากทำการสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้น และสืบพยานจำเลยที่ 1 แล้ว 1 ปาก โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องว่า หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วโจทก์พบว่า โจทก์ได้แปลคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทผิดพลาดไปขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิตทั้งแปดฉบับเฉพาะส่วนที่เป็นชื่อประเภทของสินค้าคือ คำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตฉบับที่ 1 ข้อความที่ว่า เหรียญโลหะทาสีเหรียญโลหะกัลวาไนซ์ และเหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็น เหล็กม้วนเคลือบสีสังกะสีชุบ และเหล็กม้วนสแตนเลส ฉบับที่ 2 ข้อความที่ว่า เหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็น แผ่นเหล็กม้วนเคลือบสี ฉบับที่ 3 ข้อความที่ว่า อุปกรณ์เหล็กสำหรับป้องกันมิให้แก๊สรั่ว ขอแก้ไขเป็น เหล็กกล้าผสมและปะเก็น ฉบับที่ 4 และที่ 5 ข้อความที่ว่าเหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็นสแตนเลสม้วนเป็นขด ฉบับที่ 6 ข้อความที่ว่าอุปกรณ์เหล็กสำหรับป้องกันไม่ให้แก๊สรั่ว ขอแก้ไขเป็น เหล็กกล้า ไนลอน เหล็กผสม และปะเก็น ฉบับที่ 7 ข้อความที่ว่า เหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็น เหล็กสแตนเลสและฉบับที่ 8 ข้อความที่ว่า เหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็น เหล็กไม่เคลือบสีม้วนเป็นแผ่นยาวเล็ก และขอแก้ไขคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับสัญญาทรัสต์รีซีททั้งแปดฉบับเฉพาะส่วนที่เป็นประเภทของสินค้าคือ สัญญาทรัสต์รีซีท ฉบับที่ 1 ข้อความที่ว่าเหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็น เหล็กกล้าไม่เคลือบสีม้วน ฉบับที่ 2 ข้อความที่ว่าเหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็นเหล็กกล้าไม่เคลือบสีเป็นม้วน ฉบับที่ 3 ข้อความที่ว่าอุปกรณ์เหล็กกล้าสำหรับป้องกันมิให้แก๊สรั่ว ขอแก้ไขเป็น เหล็กกล้าผสม และปะเก็นฉบับที่ 4 ข้อความที่ว่า เหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็นสแตนเลสม้วนเป็นขด ฉบับที่ 5 ข้อความที่ว่า เหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็น เหล็ก สแตนเลสเป็นขด ฉบับที่ 6ข้อความที่ว่า อุปกรณ์ป้องกันแก๊สรั่วเป็นเหล็กไนล่อน และโลหะ ข้อแก้ไขเป็น เหล็กกล้าไนล่อน เหล็กผสม และปะเก็น ฉบับที่ 7 ข้อความที่ว่า เหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็นเหล็ก สแตนเลสเป็นม้วน และฉบับที่ 8 ข้อความที่ว่า เหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็นเหล็กไม่เคลือบสีม้วนเป็นแผ่นยาวเล็ก และขอแก้ไขคำแปลคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 8 และสัญญาทรัสต์รีซีทฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 8 เฉพาะข้อความเกี่ยวกับประเภทของสินค้า โดยโจทก์ได้แนบคำแปลที่ถูกต้องมาพร้อมคำร้องดังกล่าวด้วยแล้ว การขอแก้ไขคำฟ้องนี้เป็นการขอแก้ไขข้อเท็จจริงให้ตรงกับความเป็นจริง ไม่ก่อให้เกิดผลตามกฎหมายแตกต่างกัน ไม่ทำให้จำเลยทั้งเจ็ดเสียเปรียบและสมควรอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องในชั้นสืบพยานจำเลย โดยโจทก์ควรทราบถึงเหตุและพฤติการณ์ที่จะขอแก้ไขคำฟ้องก่อนหน้านั้นแล้ว ทั้งข้อเท็จจริงที่ขอแก้ไขก็ปรากฏขึ้นจากคำเบิกความของพยานจำเลยด้วย กรณีไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า การแก้ไขคำฟ้องนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจรณาความแพ่ง มาตรา 180 บัญญัติว่า การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลไว้แล้วให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถาน หรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย และบทบัญญัติดังกล่าวให้นำมาใช้ในกระบวนพิจารณาในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศด้วยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ดังนั้น ชื่อประเภทของสินค้าที่แปลไม่ถูกต้องที่โจทก์ได้กล่าวมาในคำฟ้องและระบุไว้ในคำแปลท้ายฟ้อง จึงไม่ใช่สาระสำคัญอันเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทในคดี การขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ในส่วนดังกล่าวไม่เป็นการเพิ่มหรือลดจำนวนทุนทรัพย์หรือเพิ่มหรือลดข้อหาในคำฟ้อง เพียงแต่เป็นการแก้ไขคำฟ้องเดิมที่ผิดพลาดเพราะการแปลข้อความภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เพื่อให้ข้อความถูกต้องตรงกับความเป็นจริงตามข้อความในต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ทั้งไม่ทำให้ผลทางกฎหมายเปลี่ยนแปลงไป จึงถือได้ว่าเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย ซึ่งโจทก์อาจขอแก้ไขในเวลาใด ๆ ก็ได้ ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องดังกล่าว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ตามคำร้องของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-ทวีชัย เจริญบัณฑิต-ยินดี วัชพงศ์ ต่อสุวรรณ) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายโชติช่วง ทัพวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91257
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายโชติช่วง ทัพวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082071025"
    }
}
date
2543
deka_no
6794/2543
deka_running_no
6794
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "ทวีชัย เจริญบัณฑิต",
    "ยินดี วัชพงศ์ ต่อสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 46",
            "ม. 180"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทไทยโปรไฟล์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินจำนวน 56,791,051 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 32,729,743.48 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1 และทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งเจ็ดออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 3 และที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ระหว่างการพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง หลังจากทำการสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้น และสืบพยานจำเลยที่ 1 แล้ว 1 ปาก โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องว่า หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วโจทก์พบว่า โจทก์ได้แปลคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทผิดพลาดไปขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิตทั้งแปดฉบับเฉพาะส่วนที่เป็นชื่อประเภทของสินค้าคือ คำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตฉบับที่ 1 ข้อความที่ว่า เหรียญโลหะทาสีเหรียญโลหะกัลวาไนซ์ และเหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็น เหล็กม้วนเคลือบสีสังกะสีชุบ และเหล็กม้วนสแตนเลส ฉบับที่ 2 ข้อความที่ว่า เหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็น แผ่นเหล็กม้วนเคลือบสี ฉบับที่ 3 ข้อความที่ว่า อุปกรณ์เหล็กสำหรับป้องกันมิให้แก๊สรั่ว ขอแก้ไขเป็น เหล็กกล้าผสมและปะเก็น ฉบับที่ 4 และที่ 5 ข้อความที่ว่าเหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็นสแตนเลสม้วนเป็นขด ฉบับที่ 6 ข้อความที่ว่าอุปกรณ์เหล็กสำหรับป้องกันไม่ให้แก๊สรั่ว ขอแก้ไขเป็น เหล็กกล้า ไนลอน เหล็กผสม และปะเก็น ฉบับที่ 7 ข้อความที่ว่า เหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็น เหล็กสแตนเลสและฉบับที่ 8 ข้อความที่ว่า เหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็น เหล็กไม่เคลือบสีม้วนเป็นแผ่นยาวเล็ก และขอแก้ไขคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับสัญญาทรัสต์รีซีททั้งแปดฉบับเฉพาะส่วนที่เป็นประเภทของสินค้าคือ สัญญาทรัสต์รีซีท ฉบับที่ 1 ข้อความที่ว่าเหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็น เหล็กกล้าไม่เคลือบสีม้วน ฉบับที่ 2 ข้อความที่ว่าเหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็นเหล็กกล้าไม่เคลือบสีเป็นม้วน ฉบับที่ 3 ข้อความที่ว่าอุปกรณ์เหล็กกล้าสำหรับป้องกันมิให้แก๊สรั่ว ขอแก้ไขเป็น เหล็กกล้าผสม และปะเก็นฉบับที่ 4 ข้อความที่ว่า เหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็นสแตนเลสม้วนเป็นขด ฉบับที่ 5 ข้อความที่ว่า เหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็น เหล็ก สแตนเลสเป็นขด ฉบับที่ 6ข้อความที่ว่า อุปกรณ์ป้องกันแก๊สรั่วเป็นเหล็กไนล่อน และโลหะ ข้อแก้ไขเป็น เหล็กกล้าไนล่อน เหล็กผสม และปะเก็น ฉบับที่ 7 ข้อความที่ว่า เหรียญสแตนเลส ขอแก้ไขเป็นเหล็ก สแตนเลสเป็นม้วน และฉบับที่ 8 ข้อความที่ว่า เหรียญโลหะทาสี ขอแก้ไขเป็นเหล็กไม่เคลือบสีม้วนเป็นแผ่นยาวเล็ก และขอแก้ไขคำแปลคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 8 และสัญญาทรัสต์รีซีทฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 8 เฉพาะข้อความเกี่ยวกับประเภทของสินค้า โดยโจทก์ได้แนบคำแปลที่ถูกต้องมาพร้อมคำร้องดังกล่าวด้วยแล้ว การขอแก้ไขคำฟ้องนี้เป็นการขอแก้ไขข้อเท็จจริงให้ตรงกับความเป็นจริง ไม่ก่อให้เกิดผลตามกฎหมายแตกต่างกัน ไม่ทำให้จำเลยทั้งเจ็ดเสียเปรียบและสมควรอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องในชั้นสืบพยานจำเลย โดยโจทก์ควรทราบถึงเหตุและพฤติการณ์ที่จะขอแก้ไขคำฟ้องก่อนหน้านั้นแล้ว ทั้งข้อเท็จจริงที่ขอแก้ไขก็ปรากฏขึ้นจากคำเบิกความของพยานจำเลยด้วย กรณีไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า การแก้ไขคำฟ้องนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจรณาความแพ่ง มาตรา 180 บัญญัติว่า การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลไว้แล้วให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถาน หรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย และบทบัญญัติดังกล่าวให้นำมาใช้ในกระบวนพิจารณาในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศด้วยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ดังนั้น ชื่อประเภทของสินค้าที่แปลไม่ถูกต้องที่โจทก์ได้กล่าวมาในคำฟ้องและระบุไว้ในคำแปลท้ายฟ้อง จึงไม่ใช่สาระสำคัญอันเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทในคดี การขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ในส่วนดังกล่าวไม่เป็นการเพิ่มหรือลดจำนวนทุนทรัพย์หรือเพิ่มหรือลดข้อหาในคำฟ้อง เพียงแต่เป็นการแก้ไขคำฟ้องเดิมที่ผิดพลาดเพราะการแปลข้อความภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เพื่อให้ข้อความถูกต้องตรงกับความเป็นจริงตามข้อความในต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ทั้งไม่ทำให้ผลทางกฎหมายเปลี่ยนแปลงไป จึงถือได้ว่าเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย ซึ่งโจทก์อาจขอแก้ไขในเวลาใด ๆ ก็ได้ ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องดังกล่าว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับ อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ตามคำร้องของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001172.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543