คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6951/2543 ฉบับเต็ม

#91262
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6951/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสุดาภรณ์ วสุโสภณ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 4, มาตรา 161, มาตรา 162 พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2534 มาตรา ตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้าย พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534 ได้ระบุไว้ว่า รถยนต์นั่ง หมายความว่า รถยนต์เก๋งหรือรถยนต์ที่ออกแบบสำหรับเพื่อใช้สำหรับนั่งเป็นปกติวิสัย และให้หมายความรวมถึงรถยนต์ในลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น รถยนต์ที่มีหลังคาติดต่อเป็นเนื้อเดียวกันในลักษณะถาวร ด้านข้างและหรือด้านหลังคนขับมีประตู หรือหน้าต่างและมีที่นั่งทั้งนี้ไม่ว่าจะมีที่นั่งเท่าใด ส่วนรถยนต์กระบะ หมายความว่ารถยนต์ ที่มีที่นั่งด้านหน้าตอนเดียวสำหรับคนขับ และตอนหลังเป็นกระบะบรรทุกซึ่งเปิดโล่งจนถึงท้ายรถโดยไม่มีหลังคา ถ้อยคำที่ปรากฏตามตัวอักษรดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยแจ้งชัดว่าการเสียภาษีสรรพสามิตตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตนั้น ต้องดูสภาพและลักษณะของรถยนต์เป็นสำคัญว่าเป็นรถยนต์นั่งหรือไม่ มิใช่ถือเอาแชสซีส์ของรถยนต์เป็นสำคัญ จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนรถยนต์ของกลางเป็นรถยนต์ประเภทกระบะบรรทุก และเจ้าพนักงานสำนักงาน ขนส่งได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วเห็นว่าถูกต้องจึงอนุญาตให้จดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวได้ จำเลยก็ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ส่วนกรณีที่รถยนต์ของกลางได้มีผู้ดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งในเวลาต่อมานั้น โจทก์มิได้นำสืบให้ศาล เห็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ดัดแปลงรถยนต์ของกลางให้มีสภาพเป็นรถยนต์นั่งดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ลำพังแต่ การกล่าวอ้างว่าจำเลยเป็นผู้นำเข้าอะไหล่มาประกอบเป็นรถยนต์แล้วขายไป หาเพียงพอที่จะให้จำเลยทั้งสองเสียภาษี สรรพสามิตตามฟ้องไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 161, 162 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, ที่ 2 มีความผิดตาม พ.รบ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 161, 162 ป.อ. มาตรา 83, 91 ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ลงโทษปรับคนละสามเท่าของค่าภาษีที่จะต้องเสีย เป็นเงิน 1,050,570 บาท ความผิดฐานขายสินค้าที่มิได้เสียภาษีลงโทษปรับคนละหกเท่าของค่าภาษีที่จะต้องเสียเป็นเงิน 2,101,140 บาท รวมลงโทษปรับคนละ 3,151,710 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้าย พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534 ได้ระบุไว้ว่า รถยนต์นั่ง หมายความว่า รถยนต์เก๋งหรือรถยนต์ที่ออกแบบสำหรับเพื่อใช้สำหรับนั่งเป็นปกติวิสัย และให้หมายความรวมถึงรถยนต์ในลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น รถยนต์ที่มีหลังคาติดต่อเป็นเนื้อเดียวกันในลักษณะถาวร ด้านข้าง และหรือด้านหลังคนขับ มีประตู หรือหน้าต่างและมีที่นั่ง ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีที่นั่งเท่าใด ส่วนรถยนต์กระบะ หมายความว่า รถยนต์ที่มีที่นั่งด้านหน้าตอนเดียวสำหรับคนขับ และตอนหลังเป็นกระบะบรรทุก ซึ่งเปิดโล่งจนถึงท้ายรถโดยไม่มีหลังคา ถ้อยคำที่ปรากฏตามตัวอักษรดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยแจ้งชัดว่า การเสียภาษีสรรพสามิตตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตนั้น ต้องดูสภาพและลักษณะของรถยนต์เป็นสำคัญว่าเป็นรถยนต์นั่งหรือไม่ มิใช่ถือเอาแชสซีส์ของรถยนต์เป็นสำคัญ จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนรถยนต์ของกลางเป็นรถยนต์ประเภทกระบะบรรทุก และเจ้าพนักงานสำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาครได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วเห็นว่าถูกต้อง จึงอนุญาตให้จดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวได้ จำเลยที่ 1 ก็ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ส่วนกรณีที่รถยนต์ของกลางได้มีผู้ดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งในเวลาต่อมานั้น โจทก์มิได้นำสืบให้ศาลเห็นเลยว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ดัดแปลงรถยนต์ของกลางให้มีสภาพเป็นรถยนต์นั่งดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น ลำพังแต่การกล่าวอ้างว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้นำเข้าอะไหล่มาประกอบเป็นรถยนต์ แล้วขายไป หาเพียงพอที่จะให้จำเลยทั้งสองเสียภาษีสรรพสามิตตามฟ้องไม่ พิพากษายืน. (วิชา มหาคุณ-พูนศักดิ์ จงกลนี-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายประมวล สุขสมพร ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ ภักดีธนากุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91262
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นายประมวล สุขสมพร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายจรัญ ภักดีธนากุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070701"
    }
}
date
2543
deka_no
6951/2543
deka_running_no
6951
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วิชา มหาคุณ",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 161",
            "ม. 162"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2534",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุดาภรณ์ วสุโสภณ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 161, 162

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, ที่ 2 มีความผิดตาม พ.รบ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 161, 162 ป.อ. มาตรา 83, 91 ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ลงโทษปรับคนละสามเท่าของค่าภาษีที่จะต้องเสีย เป็นเงิน 1,050,570 บาท ความผิดฐานขายสินค้าที่มิได้เสียภาษีลงโทษปรับคนละหกเท่าของค่าภาษีที่จะต้องเสียเป็นเงิน 2,101,140 บาท รวมลงโทษปรับคนละ 3,151,710 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้าย พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534 ได้ระบุไว้ว่า รถยนต์นั่ง หมายความว่า รถยนต์เก๋งหรือรถยนต์ที่ออกแบบสำหรับเพื่อใช้สำหรับนั่งเป็นปกติวิสัย และให้หมายความรวมถึงรถยนต์ในลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น รถยนต์ที่มีหลังคาติดต่อเป็นเนื้อเดียวกันในลักษณะถาวร ด้านข้าง และหรือด้านหลังคนขับ มีประตู หรือหน้าต่างและมีที่นั่ง ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีที่นั่งเท่าใด ส่วนรถยนต์กระบะ หมายความว่า รถยนต์ที่มีที่นั่งด้านหน้าตอนเดียวสำหรับคนขับ และตอนหลังเป็นกระบะบรรทุก ซึ่งเปิดโล่งจนถึงท้ายรถโดยไม่มีหลังคา ถ้อยคำที่ปรากฏตามตัวอักษรดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยแจ้งชัดว่า การเสียภาษีสรรพสามิตตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตนั้น ต้องดูสภาพและลักษณะของรถยนต์เป็นสำคัญว่าเป็นรถยนต์นั่งหรือไม่ มิใช่ถือเอาแชสซีส์ของรถยนต์เป็นสำคัญ

จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนรถยนต์ของกลางเป็นรถยนต์ประเภทกระบะบรรทุก และเจ้าพนักงานสำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาครได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วเห็นว่าถูกต้อง จึงอนุญาตให้จดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวได้ จำเลยที่ 1 ก็ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ส่วนกรณีที่รถยนต์ของกลางได้มีผู้ดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งในเวลาต่อมานั้น โจทก์มิได้นำสืบให้ศาลเห็นเลยว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ดัดแปลงรถยนต์ของกลางให้มีสภาพเป็นรถยนต์นั่งดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น ลำพังแต่การกล่าวอ้างว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้นำเข้าอะไหล่มาประกอบเป็นรถยนต์ แล้วขายไป หาเพียงพอที่จะให้จำเลยทั้งสองเสียภาษีสรรพสามิตตามฟ้องไม่

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001169.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543