คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2543 ฉบับเต็ม

#91270
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2543 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายกิมเหลียง โสดา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 193, มาตรา 226, มาตรา 227 ป.วิ.พ. มาตรา 249 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, มาตรา 66 ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวนถึง 68 เม็ด ไว้ในครอบครอง เมื่อนำมาฟังประกอบกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและตามทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้เสพติดเมทแอมเฟตามีน เชื่อได้ว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า พยานโจทก์เบิกความแตกต่างขัดแย้งกันบ้างเป็นเพียงพลความ จำเลยไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าวโดยจำเลยเห็นว่าเป็นการขัดกันในข้อสาระสำคัญนั้น เห็นว่า จำเลยกล่าวอ้างลอย ๆ มาในฎีกา โดยมิได้มีรายละเอียดแสดงให้เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญอย่างไรบ้าง ฎีกาข้อนี้เป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำนวน ๖๘ เม็ด น้ำหนักรวม ๔.๗๖ กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจได้นำหมายค้นไปตรวจค้นบ้านของจำเลย และจับกุมจำเลยมาดำเนินคดีนี้ โดยตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน ๖๘ เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงของจำเลยเป็นของกลาง และจำเลยยอมรับว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.๑ ที่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมก็มีเหตุผลน่าเชื่อว่า เป็นเพราะจำเลยถูกจับกุมโดยกะทันหันพร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยยังไม่มีโอกาสคิดไตร่ตรองหาข้อแก้ตัวได้ทันในขณะนั้น จึงต้องให้การรับสารภาพไปตามความจริง ตามบันทึกการจับกุมดังกล่าว จำเลยได้ให้การรับสารภาพเป็นรายละเอียดว่าเมทแอมเฟตามีน ๖๘ เม็ด ของกลาง จำเลยซื้อมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อและที่อยู่ในราคา เม็ดละ ๖๒ บาท เพื่อนำมาจำหน่ายให้แก่วัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในหมู่บ้านในราคาเม็ดละ ๘๐ บาท โดยจำหน่ายมานานประมาณ ๒ เดือนแล้ว จำเลยจะรับมาครั้งละ ๑๐๐ เม็ด จำหน่าย ๗ ถึง ๘ วัน ก็หมด แล้วจึงรับมาใหม่ ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงที่พยานโจทก์ผู้จับกุมจำเลยได้สืบทราบมา บันทึกการจับกุมดังกล่าว จำเลยก็มิได้นำสืบปฏิเสธว่า เจ้าพนักงานตำรวจ ผู้จับกุมจำเลยทำขึ้นโดยมิชอบแต่อย่างใด ทั้งยังได้ลงชื่อรับรองความถูกต้องไว้ด้วย จึงใช้ยันจำเลยได้ หากจำเลยเป็น ผู้บริสุทธิ์มิได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาก็ไม่มีเหตุผลที่จำเลยจะต้องให้การรับสารภาพเช่นนั้น ตามทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้เสพติดเมทแอมเฟตามีน การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวนถึง ๖๘ เม็ด ไว้ในครอบครอง เมื่อฟังประกอบคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุม จึงเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ วินิจฉัยว่า พยานโจทก์เบิกความแตกต่างขัดแย้งกันบ้างเป็นเพียงพลความ จำเลยไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยจำเลยเห็นว่าเป็นการขัดกันในข้อสาระสำคัญนั้น เห็นว่าจำเลยกล่าวอ้างลอย ๆ มาในฎีกา โดยมิได้มีรายละเอียดแสดงให้เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญอย่างไรบ้าง ฎีกาข้อนี้ เป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นางแววมณี ประทุมแก้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายนึก หนูเจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91270
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี",
        "judge": "นางแววมณี ประทุมแก้ว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายนึก หนูเจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070292"
    }
}
date
2543
deka_no
7189/2543
deka_running_no
7189
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 193",
            "ม. 226",
            "ม. 227"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 66"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกิมเหลียง โสดา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำนวน ๖๘ เม็ด น้ำหนักรวม ๔.๗๖ กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจได้นำหมายค้นไปตรวจค้นบ้านของจำเลย และจับกุมจำเลยมาดำเนินคดีนี้ โดยตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน ๖๘ เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงของจำเลยเป็นของกลาง และจำเลยยอมรับว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.๑ ที่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมก็มีเหตุผลน่าเชื่อว่า เป็นเพราะจำเลยถูกจับกุมโดยกะทันหันพร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยยังไม่มีโอกาสคิดไตร่ตรองหาข้อแก้ตัวได้ทันในขณะนั้น จึงต้องให้การรับสารภาพไปตามความจริง ตามบันทึกการจับกุมดังกล่าว จำเลยได้ให้การรับสารภาพเป็นรายละเอียดว่าเมทแอมเฟตามีน ๖๘ เม็ด ของกลาง จำเลยซื้อมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อและที่อยู่ในราคา เม็ดละ ๖๒ บาท เพื่อนำมาจำหน่ายให้แก่วัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในหมู่บ้านในราคาเม็ดละ ๘๐ บาท โดยจำหน่ายมานานประมาณ ๒ เดือนแล้ว จำเลยจะรับมาครั้งละ ๑๐๐ เม็ด จำหน่าย ๗ ถึง ๘ วัน ก็หมด แล้วจึงรับมาใหม่ ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงที่พยานโจทก์ผู้จับกุมจำเลยได้สืบทราบมา บันทึกการจับกุมดังกล่าว จำเลยก็มิได้นำสืบปฏิเสธว่า เจ้าพนักงานตำรวจ ผู้จับกุมจำเลยทำขึ้นโดยมิชอบแต่อย่างใด ทั้งยังได้ลงชื่อรับรองความถูกต้องไว้ด้วย จึงใช้ยันจำเลยได้ หากจำเลยเป็น ผู้บริสุทธิ์มิได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาก็ไม่มีเหตุผลที่จำเลยจะต้องให้การรับสารภาพเช่นนั้น ตามทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้เสพติดเมทแอมเฟตามีน การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวนถึง ๖๘ เม็ด ไว้ในครอบครอง เมื่อฟังประกอบคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุม จึงเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ วินิจฉัยว่า พยานโจทก์เบิกความแตกต่างขัดแย้งกันบ้างเป็นเพียงพลความ จำเลยไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยจำเลยเห็นว่าเป็นการขัดกันในข้อสาระสำคัญนั้น เห็นว่าจำเลยกล่าวอ้างลอย ๆ มาในฎีกา โดยมิได้มีรายละเอียดแสดงให้เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญอย่างไรบ้าง ฎีกาข้อนี้ เป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001165.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543