คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7264/2543 ฉบับเต็ม

#91272
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7264/2543 นางสาววัฒณี ศรีวาณัติ โจทก์ บริษัทเอเซียโฮเต็ล จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 583 ป.อ. มาตรา 341 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119, มาตรา 120 โจทก์ (ลูกจ้าง) ขับรถยนต์ของโจทก์ลงจากอาคารจอดรถของจำเลย (นายจ้าง) แล้วแสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่าบริการแผนกจัดเลี้ยง 14 ต่อ น. พนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งทำหน้าที่เก็บค่าบริการจอดรถ โจทก์จึงไม่เสียค่าจอดรถแก่จำเลย โจทก์ทราบดีว่าจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างมีข้อห้ามมิให้พนักงานนำรถขึ้นไปจอดบนอาคารจอดรถ และโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าวันเกิดเหตุมีการนำรถขึ้นไปจอดโดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับการยกเว้น และโจทก์ควรจะแจ้งความจริงดังกล่าวให้ น. ทราบขณะยื่นบัตรจอดรถนั้น เป็นกรณีที่โจทก์แสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่าบริการแผนกจัดเลี้ยง 14 ต่อ น. เพื่อจอดรถโดยไม่ต้องเสียค่าจอดรถเท่านั้น โจทก์ได้รับผลเพียงการบริการจอดรถจากจำเลย โจทก์หาได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากจำเลยไม่ การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกงและมิได้เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 13,914 บาท ค่าชดเชยจำนวน 46,380 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของค่าชดเชยนับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2541 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 46,380 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ขับรถยนต์ของโจทก์ลงจากอาคารจอดรถของจำเลยแล้วแสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่าบริการแผนกจัดเลี้ยง 14 ต่อนายนุกูลพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งทำหน้าที่เก็บค่าบริการจอดรถ โจทก์จึงไม่เสียค่าจอดรถแก่จำเลย โดยโจทก์ทราบดีว่าจำเลยมีข้อห้ามมิให้พนักงานนำรถขึ้นไปจอดบนอาคารจอดรถ และโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าวันเกิดเหตุมีการนำรถขึ้นไปจอดโดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับการยกเว้น โจทก์ควรจะแจ้งความจริงดังกล่าวให้นายนุกูลทราบขณะยื่นบัตรจอดรถ การกระทำผิดฐานฉ้อโกงตามที่จำเลยให้การและอุทธรณ์ขึ้นมานั้นมิใช่กรณีที่ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ แต่เป็นความผิดตามมาตรา 341 ตอนแรก คือกรณีจะต้องได้ความว่าผู้กระทำผิดได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง คดีนี้ได้ความว่าโจทก์แสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่าบริการแผนกจัดเลี้ยง 14 ต่อนายนุกูลเพื่อจอดรถโดยไม่ต้องเสียค่าจอดรถเท่านั้น โจทก์ได้รับผลเพียงการบริการจอดรถจากจำเลย โจทก์หาได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากจำเลยไม่ การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกง และมิได้เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อต่อไปของจำเลยว่าที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นว่าค่าจอดรถที่จำเลยเสียหายมีมูลค่าเท่าใด และรายได้จากอาคารจอดรถมิใช่รายได้หลักของจำเลย อาคารจอดรถมีไว้บริการให้แก่แขกที่มาใช้บริการของโรงแรม การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นการฉ้อโกงและทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย เป็นการที่ศาลแรงงานกลางนำข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในการนำสืบมาวินิจฉัย และนำเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นมาพิจารณา ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณานั้น เห็นว่า ดังที่ได้วินิจฉัยแล้วว่าการกระทำของโจทก์มิได้เป็นการกระทำความผิดอาญาฐานฉ้อโกงจำเลย และมิได้จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ดังนั้น แม้จำเลยจะได้รับความเสียหายหรือไม่ดังที่จำเลยอุทธรณ์ก็ตาม ก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน. (วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-สละ เทศรำพรรณ-มงคล คุปต์กาญจนากุล) ศาลแรงงานกลาง - นายสุทธินันท์ เสียมสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91272
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสุทธินันท์ เสียมสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070187"
    }
}
date
2543
deka_no
7264/2543
deka_running_no
7264
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "สละ เทศรำพรรณ",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 583"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 341"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119",
            "ม. 120"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาววัฒณี ศรีวาณัติ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอเซียโฮเต็ล จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 13,914 บาท ค่าชดเชยจำนวน 46,380 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของค่าชดเชยนับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2541 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 46,380 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ขับรถยนต์ของโจทก์ลงจากอาคารจอดรถของจำเลยแล้วแสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่าบริการแผนกจัดเลี้ยง 14 ต่อนายนุกูลพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งทำหน้าที่เก็บค่าบริการจอดรถ โจทก์จึงไม่เสียค่าจอดรถแก่จำเลย โดยโจทก์ทราบดีว่าจำเลยมีข้อห้ามมิให้พนักงานนำรถขึ้นไปจอดบนอาคารจอดรถ และโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าวันเกิดเหตุมีการนำรถขึ้นไปจอดโดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับการยกเว้น โจทก์ควรจะแจ้งความจริงดังกล่าวให้นายนุกูลทราบขณะยื่นบัตรจอดรถ การกระทำผิดฐานฉ้อโกงตามที่จำเลยให้การและอุทธรณ์ขึ้นมานั้นมิใช่กรณีที่ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ แต่เป็นความผิดตามมาตรา 341 ตอนแรก คือกรณีจะต้องได้ความว่าผู้กระทำผิดได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง คดีนี้ได้ความว่าโจทก์แสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่าบริการแผนกจัดเลี้ยง 14 ต่อนายนุกูลเพื่อจอดรถโดยไม่ต้องเสียค่าจอดรถเท่านั้น โจทก์ได้รับผลเพียงการบริการจอดรถจากจำเลย โจทก์หาได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากจำเลยไม่ การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกง และมิได้เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อต่อไปของจำเลยว่าที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นว่าค่าจอดรถที่จำเลยเสียหายมีมูลค่าเท่าใด และรายได้จากอาคารจอดรถมิใช่รายได้หลักของจำเลย อาคารจอดรถมีไว้บริการให้แก่แขกที่มาใช้บริการของโรงแรม การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นการฉ้อโกงและทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย เป็นการที่ศาลแรงงานกลางนำข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในการนำสืบมาวินิจฉัย และนำเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นมาพิจารณา ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณานั้น เห็นว่า ดังที่ได้วินิจฉัยแล้วว่าการกระทำของโจทก์มิได้เป็นการกระทำความผิดอาญาฐานฉ้อโกงจำเลย และมิได้จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ดังนั้น แม้จำเลยจะได้รับความเสียหายหรือไม่ดังที่จำเลยอุทธรณ์ก็ตาม ก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001164.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543