คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8325/2543 ฉบับเต็ม

#91294
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8325/2543 สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสกลเครื่องชั่ง จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 458, มาตรา 459 แม้ว่าการซื้อขายเครื่องชั่งพิพาทระหว่าง ข. กับจำเลยมีข้อตกลงกันว่า ถ้า ข. ผู้ซื้อไม่สามารถชำระเงินให้แก่จำเลยผู้ขายได้ ไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ยินยอมให้จำเลยไปรับเอาเครื่องชั่งพิพาทคืนไปได้ทันทีโดยไม่จำกัดว่าเครื่องชั่งพิพาทจะอยู่สถานที่ใดก็ตาม แต่การซื้อขายเครื่องชั่งดังกล่าวเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่ระบุตัวทรัพย์และราคา แน่นอนแล้ว และไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงในการซื้อขายว่า หากผู้ซื้อชำระราคาไม่ครบถ้วนทรัพย์สินที่ขายยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายอยู่จนกว่าผู้ซื้อจะชำระราคาครบถ้วนแต่อย่างใด จึงมิใช่สัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไข แต่เป็นสัญญา ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แม้ ข. จะยังไม่ชำระราคาให้แก่จำเลย กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทก็ย่อมโอนไปยัง ข. แล้วตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 458 โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนเครื่องชั่งพิพาทมาจาก ข. ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทโดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์ได้ทราบว่า ข. ซื้อเครื่องชั่งพิพาทมาจากจำเลยและยังไม่ได้ชำระราคาหรือไม่ เครื่องชั่งพิพาทจึงมิใช่เป็นของจำเลย ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจ้างบริษัทคำโพธิ์การโยธา จำกัด ให้ก่อสร้างตลาดกลางข้าวเปลือกและติดตั้งเครื่องชั่ง เมื่อบริษัทดังกล่าวก่อสร้างและติดตั้งเครื่องชั่งแล้วเสร็จ โจทก์ได้ชำระค่าก่อสร้างครบถ้วนแล้ว ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้น ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีมายึดเครื่องชั่งดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นของนายขันเพ็ชรซึ่งศาลพิพากษาให้คืนให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนการครอบครองทรัพย์สินของโจทก์โดยปกติสุข ขอให้บังคับจำเลยงดเว้นการดำเนินการบังคับคดียึดเครื่องชั่งของโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่านายขันเพ็ชรได้สั่งซื้อเครื่องชั่งเพื่อนำไปติดตั้งให้แก่โจทก์ ต่อมานายขันเพ็ชรผิดสัญญาไม่ชำระราคาเครื่องชั่งแก่จำเลย จำเลยจึงยื่นฟ้องนายขันเพ็ชรและศาลมีคำพิพากษาให้นายขันเพ็ชรชำระราคาเครื่องชั่งแก่จำเลย หากไม่ชำระให้คืนเครื่องชั่งแก่จำเลย ต่อมาจำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดเครื่องชั่งพิพาทกลับคืนมาเป็นของจำเลย แต่โจทก์คัดค้านไม่ยินยอมให้ยึดเป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยในการติดตามเอาคืนทรัพย์สิน จำเลยไม่สามรถนำเครื่องชั่งพิพาทออกขายหรือนำไปให้บุคคลอื่นเช่าได้ ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์คืนเครื่องชั่งพิพาทให้แก่จำเลย หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาพร้อมด้วยดอกเบี้ยกับให้โจทก์ใช้ค่าขาดประโยชน์จนกว่าจะส่งมอบเครื่องชั่งคืนจำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้เครื่องชั่งพิพาทมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์คืนเครื่องชั่งพิพาทแก่จำเลย หากไม่สามารถส่งมอบคืนได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน ๓๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี และให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยวันละ ๑๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบเครื่องชั่งพิพาทคืนจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับ ให้จำเลยงดการกระทำการใด ๆ ที่รบกวนขัดสิทธิของโจทก์ในอันจะครองเครื่องชั่งพิพาทโดยปกติสุขต่อไป คำขออื่นและฟ้องแย้งจำเลยให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า เครื่องชั่งพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า เมื่อบริษัทคำโพธิ์การโยธา จำกัด ก่อสร้างตลาดพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องชั่งพิพาทที่ตนจัดหาโดยซื้อมาแล้วเสร็จ และโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างได้รับมอบการที่ทำ ทั้งได้ชำระสินจ้างให้แก่บริษัทดังกล่าวครบถ้วนตามสัญญาจ้างก่อสร้างแล้ว ตลาดที่ก่อสร้างรวมทั้งเครื่องชั่งพิพาทที่ติดตั้งย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่าการซื้อขายเครื่องชั่งพิพาทระหว่าง นายขันเพ็ชรกับจำเลยมีข้อตกลงกันตามเอกสารว่า ถ้านายขันเพ็ชรผู้ซื้อไม่สามารถชำระเงินให้แก่จำเลยผู้ขายได้ ไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ยินยอมให้จำเลยไปรับเอาเครื่องชั่งพิพาทคืนไปได้ทันทีโดยไม่จำกัดว่าเครื่องชั่งพิพาทจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม อันเป็นสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไข เมื่อนายขันเพ็ชรยังไม่ได้ชำระราคาเครื่องชั่งพิพาทให้แก่จำเลย กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทจึงยังไม่โอนไปยังนายขันเพ็ชร โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนเครื่องชั่งพิพาทมาจากนายขันเพ็ชร ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทนั้นเห็นว่า การซื้อขายเครื่องชั่งพิพาทระหว่างจำเลยกับนายขันเพ็ชรเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่ระบุตัวทรัพย์และราคาแน่นอนแล้ว โดยไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงในการซื้อขายว่า หากผู้ซื้อชำระราคาไม่ครบถ้วน ทรัพย์สินที่ขายยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายอยู่จนกว่าผู้ซื้อจะชำระราคาครบถ้วนแล้วแต่อย่างใด ดังนี้ กรณีจึงมิใช่สัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไข แต่เป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แม้นายขันเพ็ชรจะยังไม่ได้ชำระราคาให้แก่จำเลย กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทก็ย่อมโอนไปยังนายขันเพ็ชรแล้วตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกันตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๘ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนเครื่องชั่งพิพาทมาจากนายขันเพ็ชรย่อมได้กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทโดยไม่จำต้องคำนึงว่าโจทก์ได้ทราบว่านายขันเพ็ชรซื้อเครื่องชั่งพิพาทมาจากจำเลยและยังไม่ได้ชำระราคาหรือไม่ เครื่องชั่งพิพาทจึงมิใช่เป็นของจำเลย พิพากษายืน (ประชา ประสงค์จรรยา-ปราโมทย์ ชพานนท์-สุรพล เจียมจูไร) ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นายเดชะ วีระเดช ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายทวี ประจวบลาภ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91294
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมุกดาหาร",
        "judge": "นายเดชะ วีระเดช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายทวี ประจวบลาภ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068851"
    }
}
date
2543
deka_no
8325/2543
deka_running_no
8325
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "ปราโมทย์ ชพานนท์",
    "สุรพล เจียมจูไร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 458",
            "ม. 459"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดสกลเครื่องชั่ง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจ้างบริษัทคำโพธิ์การโยธา จำกัด ให้ก่อสร้างตลาดกลางข้าวเปลือกและติดตั้งเครื่องชั่ง เมื่อบริษัทดังกล่าวก่อสร้างและติดตั้งเครื่องชั่งแล้วเสร็จ โจทก์ได้ชำระค่าก่อสร้างครบถ้วนแล้ว ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้น ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีมายึดเครื่องชั่งดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นของนายขันเพ็ชรซึ่งศาลพิพากษาให้คืนให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนการครอบครองทรัพย์สินของโจทก์โดยปกติสุข ขอให้บังคับจำเลยงดเว้นการดำเนินการบังคับคดียึดเครื่องชั่งของโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่านายขันเพ็ชรได้สั่งซื้อเครื่องชั่งเพื่อนำไปติดตั้งให้แก่โจทก์ ต่อมานายขันเพ็ชรผิดสัญญาไม่ชำระราคาเครื่องชั่งแก่จำเลย จำเลยจึงยื่นฟ้องนายขันเพ็ชรและศาลมีคำพิพากษาให้นายขันเพ็ชรชำระราคาเครื่องชั่งแก่จำเลย หากไม่ชำระให้คืนเครื่องชั่งแก่จำเลย ต่อมาจำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดเครื่องชั่งพิพาทกลับคืนมาเป็นของจำเลย แต่โจทก์คัดค้านไม่ยินยอมให้ยึดเป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยในการติดตามเอาคืนทรัพย์สิน จำเลยไม่สามรถนำเครื่องชั่งพิพาทออกขายหรือนำไปให้บุคคลอื่นเช่าได้ ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์คืนเครื่องชั่งพิพาทให้แก่จำเลย หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาพร้อมด้วยดอกเบี้ยกับให้โจทก์ใช้ค่าขาดประโยชน์จนกว่าจะส่งมอบเครื่องชั่งคืนจำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้เครื่องชั่งพิพาทมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์คืนเครื่องชั่งพิพาทแก่จำเลย หากไม่สามารถส่งมอบคืนได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน ๓๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี และให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยวันละ ๑๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบเครื่องชั่งพิพาทคืนจำเลย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับ ให้จำเลยงดการกระทำการใด ๆ ที่รบกวนขัดสิทธิของโจทก์ในอันจะครองเครื่องชั่งพิพาทโดยปกติสุขต่อไป คำขออื่นและฟ้องแย้งจำเลยให้ยก

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า เครื่องชั่งพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า เมื่อบริษัทคำโพธิ์การโยธา จำกัด ก่อสร้างตลาดพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องชั่งพิพาทที่ตนจัดหาโดยซื้อมาแล้วเสร็จ และโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างได้รับมอบการที่ทำ ทั้งได้ชำระสินจ้างให้แก่บริษัทดังกล่าวครบถ้วนตามสัญญาจ้างก่อสร้างแล้ว ตลาดที่ก่อสร้างรวมทั้งเครื่องชั่งพิพาทที่ติดตั้งย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่าการซื้อขายเครื่องชั่งพิพาทระหว่าง นายขันเพ็ชรกับจำเลยมีข้อตกลงกันตามเอกสารว่า ถ้านายขันเพ็ชรผู้ซื้อไม่สามารถชำระเงินให้แก่จำเลยผู้ขายได้ ไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ยินยอมให้จำเลยไปรับเอาเครื่องชั่งพิพาทคืนไปได้ทันทีโดยไม่จำกัดว่าเครื่องชั่งพิพาทจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม อันเป็นสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไข เมื่อนายขันเพ็ชรยังไม่ได้ชำระราคาเครื่องชั่งพิพาทให้แก่จำเลย กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทจึงยังไม่โอนไปยังนายขันเพ็ชร โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนเครื่องชั่งพิพาทมาจากนายขันเพ็ชร ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทนั้นเห็นว่า การซื้อขายเครื่องชั่งพิพาทระหว่างจำเลยกับนายขันเพ็ชรเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่ระบุตัวทรัพย์และราคาแน่นอนแล้ว โดยไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงในการซื้อขายว่า หากผู้ซื้อชำระราคาไม่ครบถ้วน ทรัพย์สินที่ขายยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายอยู่จนกว่าผู้ซื้อจะชำระราคาครบถ้วนแล้วแต่อย่างใด ดังนี้ กรณีจึงมิใช่สัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไข แต่เป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แม้นายขันเพ็ชรจะยังไม่ได้ชำระราคาให้แก่จำเลย กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทก็ย่อมโอนไปยังนายขันเพ็ชรแล้วตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกันตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๘ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนเครื่องชั่งพิพาทมาจากนายขันเพ็ชรย่อมได้กรรมสิทธิ์ในเครื่องชั่งพิพาทโดยไม่จำต้องคำนึงว่าโจทก์ได้ทราบว่านายขันเพ็ชรซื้อเครื่องชั่งพิพาทมาจากจำเลยและยังไม่ได้ชำระราคาหรือไม่ เครื่องชั่งพิพาทจึงมิใช่เป็นของจำเลย

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001152.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543