คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7616/2543 ฉบับเต็ม

#91306
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7616/2543 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายสุชาติ พงศ์สุวรรณ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 198, มาตรา 216 พ.ร.บ.วิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522 มาตรา 17 วรรคสอง ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปี แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และคุมความประพฤติโดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ 4 ไว้ 1 ปี ต่อมาจำเลยที่ 4 ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ลงโทษจำคุกที่รอไว้แก่จำเลยที่ 4 และศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นอันถึงที่สุด ตาม พ.ร.บ. วิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคสอง จำเลยที่ 4 จะฎีกาต่อมาไม่ได้ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำสั่งศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็หาทำให้คดีของจำเลยที่ 4 ซึ่งถึงที่สุดแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นไม่ถึงที่สุดไปได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๔ ไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนดนัด ทั้งยังไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษอีก เป็นการผิดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๔ จึงให้ลงโทษจำคุกที่รอไว้แก่จำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๑ ปี จำเลยที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน จำเลยที่ ๔ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำสั่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๑ ปี แต่โทษจำคุกให้รอการ ลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๔ ไว้ ๑ ปี ต่อมาจำเลยที่ ๔ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ลงโทษจำคุกที่รอไว้แก่จำเลยที่ ๔ และศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จึงเป็นอันถึงที่สุดตามพระราชบัญญัติดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๗ วรรคสอง จำเลยที่ ๔ จะฎีกาต่อมาไม่ได้ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำสั่งศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยที่ ๔ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ก็ตาม ก็หาทำให้คดีของจำเลยที่ ๔ ซึ่งถึงที่สุดไปแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นไม่ถึง ที่สุดไปได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ ๔ มานั้นไม่ชอบ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๔ (สมชาย จุลนิติ์-ระพินทร บรรจงศิลป-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายมานิตย์ ตันติวัชรพันธุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91306
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายมานิตย์ ตันติวัชรพันธุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069843"
    }
}
date
2543
deka_no
7616/2543
deka_running_no
7616
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "ระพินทร บรรจงศิลป",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 198",
            "ม. 216"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 17 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุชาติ พงศ์สุวรรณ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๔ ไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนดนัด ทั้งยังไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษอีก เป็นการผิดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๔ จึงให้ลงโทษจำคุกที่รอไว้แก่จำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๑ ปี

จำเลยที่ ๔ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน

จำเลยที่ ๔ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำสั่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๑ ปี แต่โทษจำคุกให้รอการ ลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๔ ไว้ ๑ ปี ต่อมาจำเลยที่ ๔ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ลงโทษจำคุกที่รอไว้แก่จำเลยที่ ๔ และศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จึงเป็นอันถึงที่สุดตามพระราชบัญญัติดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๗ วรรคสอง จำเลยที่ ๔ จะฎีกาต่อมาไม่ได้ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำสั่งศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยที่ ๔ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ก็ตาม ก็หาทำให้คดีของจำเลยที่ ๔ ซึ่งถึงที่สุดไปแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นไม่ถึง ที่สุดไปได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ ๔ มานั้นไม่ชอบ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๔
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001161.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543