คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 117/2544 ฉบับเต็ม

#91310
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 117/2544 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว โจทก์ นางสาวสายฝน ประสิทธิพยงค์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1), มาตรา 193/33 (1) จำเลยทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาไปจากการควบคุมของโจทก์และผิดสัญญาไม่ส่งตัวผู้ต้องหาตามกำหนด นัดในวันที่ 30 เมษายน 2529 โจทก์จึงมีคำสั่งปรับจำเลย ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2535 จำเลยนำค่าปรับจำนวน 106,000 บาท มาชำระแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยตามฟ้องโจทก์เป็นจำนวนเงินที่แยกออกจากต้นเงินค่าเบี้ยปรับจำนวน 106,000 บาท ดอกเบี้ยจึงเป็นหนี้คนละส่วนกับต้นเงิน ดังนั้น การที่จำเลยชำระต้นเงินจำนวน 106,000 บาท ให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2535 จึงมิใช่เป็นการชำระหนี้บางส่วนที่จะถือว่าลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้อันมีผลทำให้อายุความ สะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) ดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลย เนื่องจากจำเลยผิดสัญญาประกันเป็นดอกเบี้ยค้างชำระมีอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (1) โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยค้างชำระตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2529 ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2530 ซึ่งนับถึงวันฟ้องเลยกำหนด 5 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาโดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๒๗๓ มาเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหาไปจากโจทก์ และสัญญาว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาตามกำหนดของเจ้าพนักงาน หากผิดนัดจำเลยยอมใช้เงินจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ เมื่อถึงกำหนดนัดส่งตัวผู้ต้องหาวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ จำเลยผิดนัดไม่ส่งตัวผู้ต้องหา โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง โจทก์จึงมีคำสั่งให้ปรับจำเลยและมีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระค่าปรับ แต่จำเลยเพิกเฉย จนกระทั่งวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ จำเลยนำเงินจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท มาชำระค่าปรับแก่โจทก์ ส่วนดอกเบี้ยผิดนัดจำเลยไม่ชำระ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๐๖,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ เป็นเวลา ๖ ปี ๑ เดือน ๒๓ วัน เป็นเงิน ๔๘,๘๖๔ บาท ขอให้จำเลยชำระเงิน ๔๘,๘๖๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า สิทธิเรียกร้องเอาดอกเบี้ยของโจทก์เริ่มตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๑๑ ปีเศษ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๔๘,๘๖๔ บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวมเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ดังนั้น การวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓๘ ประกอบมาตรา ๒๔๗ ซึ่งศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาไปจากการควบคุมของโจทก์และผิดสัญญาไม่ส่งตัวผู้ต้องหาตามกำหนดนัดในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ โจทก์จึงมีคำสั่ง สั่งปรับจำเลย ต่อมาวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ จำเลยนำค่าปรับจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท มาชำระแก่โจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยชำระค่าปรับจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท แก่โจทก์เป็นการชำระเพื่อให้หนี้ตามสัญญาประกันระงับ มิใช่เรื่องรับสภาพหนี้เพราะความรับผิดตามสัญญาประกันได้ระงับลง แต่การนับอายุความในเรื่องดอกเบี้ยของค่าปรับซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ ซึ่งเป็นวันผิดนัดส่งตัวผู้ต้องหาไม่สะดุดหยุดลง เมื่อนับถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๑๑ ปีเศษ คดีโจทก์ จึงขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า ดอกเบี้ยตามฟ้องโจทก์เป็นจำนวนเงินที่แยกออกจากต้นเงินค่าเบี้ยปรับจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยจึงเป็นหนี้คนละส่วนกับต้นเงิน ดังนั้น การที่จำเลยชำระต้นเงินจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ จึงมิใช่เป็นการชำระหนี้บางส่วนที่จะถือว่าลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้อันมีผลทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๑๔ (๑) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลย เนื่องจากจำเลยผิดสัญญาประกันเป็นดอกเบี้ยค้างชำระมีอายุความ ๕ ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๓๓ (๑) โจทก์ฟ้องเรียก ดอกเบี้ยค้างชำระตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๐ ซึ่งนับถึงวันฟ้องเลยกำหนด ๕ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ . (พูนศักดิ์ จงกลนี-วิชา มหาคุณ-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลแพ่ง - นายชวลิต ยงพาณิชย์ ศาลอุทธรณ์ - นายวรพจน์ วิไลชนม์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91310
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายชวลิต ยงพาณิชย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวรพจน์ วิไลชนม์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068286"
    }
}
date
2544
deka_no
117/2544
deka_running_no
117
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "วิชา มหาคุณ",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/14 (1)",
            "ม. 193/33 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวสายฝน ประสิทธิพยงค์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาโดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๒๗๓ มาเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหาไปจากโจทก์ และสัญญาว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาตามกำหนดของเจ้าพนักงาน หากผิดนัดจำเลยยอมใช้เงินจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ เมื่อถึงกำหนดนัดส่งตัวผู้ต้องหาวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ จำเลยผิดนัดไม่ส่งตัวผู้ต้องหา โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง โจทก์จึงมีคำสั่งให้ปรับจำเลยและมีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระค่าปรับ แต่จำเลยเพิกเฉย จนกระทั่งวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ จำเลยนำเงินจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท มาชำระค่าปรับแก่โจทก์ ส่วนดอกเบี้ยผิดนัดจำเลยไม่ชำระ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๐๖,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ เป็นเวลา ๖ ปี ๑ เดือน ๒๓ วัน เป็นเงิน ๔๘,๘๖๔ บาท ขอให้จำเลยชำระเงิน ๔๘,๘๖๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า สิทธิเรียกร้องเอาดอกเบี้ยของโจทก์เริ่มตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๑๑ ปีเศษ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๔๘,๘๖๔ บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวมเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ดังนั้น การวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓๘ ประกอบมาตรา ๒๔๗ ซึ่งศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาไปจากการควบคุมของโจทก์และผิดสัญญาไม่ส่งตัวผู้ต้องหาตามกำหนดนัดในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ โจทก์จึงมีคำสั่ง สั่งปรับจำเลย ต่อมาวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ จำเลยนำค่าปรับจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท มาชำระแก่โจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยชำระค่าปรับจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท แก่โจทก์เป็นการชำระเพื่อให้หนี้ตามสัญญาประกันระงับ มิใช่เรื่องรับสภาพหนี้เพราะความรับผิดตามสัญญาประกันได้ระงับลง แต่การนับอายุความในเรื่องดอกเบี้ยของค่าปรับซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ ซึ่งเป็นวันผิดนัดส่งตัวผู้ต้องหาไม่สะดุดหยุดลง เมื่อนับถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๑๑ ปีเศษ คดีโจทก์ จึงขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า ดอกเบี้ยตามฟ้องโจทก์เป็นจำนวนเงินที่แยกออกจากต้นเงินค่าเบี้ยปรับจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยจึงเป็นหนี้คนละส่วนกับต้นเงิน ดังนั้น การที่จำเลยชำระต้นเงินจำนวน ๑๐๖,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ จึงมิใช่เป็นการชำระหนี้บางส่วนที่จะถือว่าลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้อันมีผลทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๑๔ (๑) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลย เนื่องจากจำเลยผิดสัญญาประกันเป็นดอกเบี้ยค้างชำระมีอายุความ ๕ ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๓๓ (๑) โจทก์ฟ้องเรียก ดอกเบี้ยค้างชำระตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๐ ซึ่งนับถึงวันฟ้องเลยกำหนด ๕ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001147.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544