คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2544 ฉบับเต็ม

#91317
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2544 นายจุมพล เขมวิลาส โจทก์ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 171, มาตรา 368, มาตรา 862, มาตรา 889, มาตรา 897 โจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ไว้กับจำเลย ตามกรมธรรม์ประกันภัยโจทก์ได้เอาประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลต่อการเสียชีวิตของบุคคลผู้ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยโดยมิได้ระบุตัวผู้รับประโยชน์ไว้ แม้จะเป็นการประกันชีวิตแบบหนึ่ง แต่ก็มิใช่กรณีที่ผู้ตายเอาประกันชีวิตตนเองไว้ จึงแสดงให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาว่าประสงค์ที่จะให้ค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้ตกได้แก่โจทก์ผู้เอาประกันภัยโดยตรง หาใช่เป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้ตายไม่ โจทก์ในฐานะคู่สัญญาย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อการเสียชีวิตของผู้ตายซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์ของโจทก์ในขณะเกิดเหตุจากจำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 329,325 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 300,540 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1 ผ - 2276 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ไว้กับจำเลย วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2537 เวลาประมาณ 23 นาฬิกา นายสุทธิลักษณ์ ผู้ตายคนงานของโจทก์ขับรถยนต์คันดังกล่าวโดยมีโจทก์กับคนงานอีก 3 คน นั่งไปด้วยจากอำเภอลี้มุ่งหน้าไปทางจังหวัดลำพูน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายขับรถยนต์หลบรถยนต์บรรทุกสิบล้อจนเป็นเหตุให้รถยนต์กระบะพลิกคว่ำตกถนน ผู้ตายถึงแก่ความตาย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อการเสียชีวิตของผู้ตายจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์ได้เอาประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลต่อการเสียชีวิตของบุคคลผู้ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยในวงเงิน 100,000 บาท โดยมิได้ระบุตัวผู้รับประโยชน์ไว้ แม้จะเป็นการประกันชีวิตแบบหนึ่ง แต่ก็มิใช่กรณีที่ผู้ตายเอาประกันชีวิตตนเองไว้ จึงแสดงให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาว่าประสงค์ที่จะให้ค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้ตกได้แก่โจทก์ผู้เอาประกันภัยโดยตรง หาใช่เป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้ตายไม่ ดังนั้นโจทก์ในฐานะคู่สัญญาย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อการเสียชีวิตของผู้ตายซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์ของโจทก์ในขณะเกิดเหตุจากจำเลยได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วิเทพ ศิริพากย์-ไพศาล เจริญวุฒิ-ชนะ ภาสกานนท์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายเลอเลิศ ชุณหโอภาส ศาลอุทธรณ์ - นายปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91317
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายเลอเลิศ ชุณหโอภาส"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066155"
    }
}
date
2544
deka_no
1822/2544
deka_running_no
1822
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "ชนะ ภาสกานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 171",
            "ม. 368",
            "ม. 862",
            "ม. 889",
            "ม. 897"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายจุมพล เขมวิลาส"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 329,325 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 300,540 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1 ผ - 2276 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ไว้กับจำเลย วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2537 เวลาประมาณ 23 นาฬิกา นายสุทธิลักษณ์ ผู้ตายคนงานของโจทก์ขับรถยนต์คันดังกล่าวโดยมีโจทก์กับคนงานอีก 3 คน นั่งไปด้วยจากอำเภอลี้มุ่งหน้าไปทางจังหวัดลำพูน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายขับรถยนต์หลบรถยนต์บรรทุกสิบล้อจนเป็นเหตุให้รถยนต์กระบะพลิกคว่ำตกถนน ผู้ตายถึงแก่ความตาย

คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อการเสียชีวิตของผู้ตายจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์ได้เอาประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลต่อการเสียชีวิตของบุคคลผู้ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยในวงเงิน 100,000 บาท โดยมิได้ระบุตัวผู้รับประโยชน์ไว้ แม้จะเป็นการประกันชีวิตแบบหนึ่ง แต่ก็มิใช่กรณีที่ผู้ตายเอาประกันชีวิตตนเองไว้ จึงแสดงให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาว่าประสงค์ที่จะให้ค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้ตกได้แก่โจทก์ผู้เอาประกันภัยโดยตรง หาใช่เป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้ตายไม่ ดังนั้นโจทก์ในฐานะคู่สัญญาย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อการเสียชีวิตของผู้ตายซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์ของโจทก์ในขณะเกิดเหตุจากจำเลยได้

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001128.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544