คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2544 ฉบับเต็ม

#91319
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2544 นางนวม เม้ยชม ผู้ร้อง นายดีปรี สินหนัง ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1615 วรรคสอง, มาตรา 1713 การสละมรดก หมายถึงการสละส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าจะให้มรดกที่สละนั้นตกได้แก่บุคคลอื่นใด เพราะมิเช่นนั้นแล้วบทบัญญัติแห่งมาตรา 1615 วรรคสอง จะไม่มีผลบังคับ ดังนั้น หนังสือตามที่ผู้ร้องและผู้คัดค้าน ทำขึ้นโดยมีเจตนาจะไม่รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยจะยกให้เด็กหญิง ด. แต่ผู้เดียว แต่ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่ จึงมิใช่เป็นการสละมรดก ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็น ผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ผู้ตาย ถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ผู้ตายมีทุนทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน ๕ แปลง ซึ่งเป็นสินส่วนตัวและเงินฝากในธนาคาร การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องมิได้เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นสามีผู้ตาย ผู้ร้องไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เนื่องจากผู้ร้องยักยอกทรัพย์มรดกเครื่องประดับ เครื่องเพชร และทองรูปพรรณของผู้ตาย และเบิกความเท็จต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขอให้ยกคำร้องขอ และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้น มีคำสั่งตั้งนางนวม เม้ยชม ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การสละมรดกหมายถึงการสละส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าจะให้มรดกที่สละนั้นตกได้แก่บุคคลอื่นใด เพราะมิเช่นนั้นแล้วบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๑๕ วรรคสอง จะไม่มีผลบังคับ ดังนั้น สำเนาหนังสือตามเอกสารหมาย ค.๑ ที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านทำขึ้นโดยมีเจตนาจะไม่รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยจะยกให้ เด็กหญิงดาวบรรจง สินหนัง แต่ผู้เดียว แต่ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่ จึงมิใช่เป็นการสละมรดกดังที่ผู้คัดค้านฎีกา ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ผู้คัดค้านไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนผู้ร้องเป็นมารดาของผู้ตายประกอบอาชีพโดยสุจริตไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกแต่ประการใด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยที่ศาลล่างทั้งสองตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย พิพากษายืน . (สบโชค สุขารมณ์-ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวฉวีวรรณ แม้นโชติ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมบัติ อรรถพิมล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91319
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นางสาวฉวีวรรณ แม้นโชติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสมบัติ อรรถพิมล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066039"
    }
}
date
2544
deka_no
1958/2544
deka_running_no
1958
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1615 วรรคสอง",
            "ม. 1713"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางนวม เม้ยชม"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายดีปรี สินหนัง"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ผู้ตาย ถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ผู้ตายมีทุนทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน ๕ แปลง ซึ่งเป็นสินส่วนตัวและเงินฝากในธนาคาร การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องมิได้เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นสามีผู้ตาย ผู้ร้องไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เนื่องจากผู้ร้องยักยอกทรัพย์มรดกเครื่องประดับ เครื่องเพชร และทองรูปพรรณของผู้ตาย และเบิกความเท็จต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขอให้ยกคำร้องขอ และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ศาลชั้นต้น มีคำสั่งตั้งนางนวม เม้ยชม ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การสละมรดกหมายถึงการสละส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าจะให้มรดกที่สละนั้นตกได้แก่บุคคลอื่นใด เพราะมิเช่นนั้นแล้วบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๑๕ วรรคสอง จะไม่มีผลบังคับ ดังนั้น สำเนาหนังสือตามเอกสารหมาย ค.๑ ที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านทำขึ้นโดยมีเจตนาจะไม่รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยจะยกให้ เด็กหญิงดาวบรรจง สินหนัง แต่ผู้เดียว แต่ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่ จึงมิใช่เป็นการสละมรดกดังที่ผู้คัดค้านฎีกา ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ผู้คัดค้านไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนผู้ร้องเป็นมารดาของผู้ตายประกอบอาชีพโดยสุจริตไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกแต่ประการใด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยที่ศาลล่างทั้งสองตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001127.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544