คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2228/2544 ฉบับเต็ม

#91329
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2228/2544 บริษัทหลักทรัพย์ เจ. เอฟ. ธนาคม จำกัด โจทก์ นางสาวจางเจ้า เฟน จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม จำเลยได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษา แต่จำเลยไม่มาศาลเพียงแต่ทนายความของจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายความนำคำร้องมาขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาโดยอ้างว่าจำเลยไปต่างประเทศ เป็นกรณีที่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุสมควร และสงสัยได้ว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับจำเลยมาเพื่อฟังคำพิพากษา และให้นัดฟังคำพิพากษาใหม่ และเมื่อถึงวันนัดซึ่งพ้นหนึ่งเดือนนับแต่วันออกหมายจับและไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยไป จึงเป็นการอ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายและถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าวแล้ว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม กรณีจึงไม่มีเหตุให้ไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2542 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ให้จำคุก 2 เดือน โดยอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย และออกหมายจับจำเลยเพื่อบังคับตามคำพิพากษา ต่อมาจำเลยถูกจับเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2542 จำเลยยื่นอุทธรณ์ในวันที่ถูกจับว่า จำเลยไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยไม่ชอบ ขอให้ยกเลิกการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังในวันที่ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์และคดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2542 ว่าจำเลยไม่ทราบ วันนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ทำให้จำเลยไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่ เพื่อจำเลยจะได้มีโอกาสอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลชั้นต้นสั่งว่าการอ่านคำพิพากษากระทำโดยชอบแล้ว ไม่มีเหตุต้องไต่สวน ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นทั้งที่ไม่รับอุทธรณ์และยกคำร้องขอให้ไต่สวน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ และกรณีมีเหตุสมควรไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่หรือไม่ เห็นว่า ในวันนัดพิจารณาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2542 ทนายความของจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายความมาศาล เมื่อเสร็จการพิจารณาศาลชั้นต้นให้นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 ซึ่งเสมียนทนายความได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว เสมียนทนายความผู้รับมอบฉันทะให้มาศาลเป็นผู้แทนของทนายความ เสมียนทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นไร ย่อมต้องถือว่าทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นนั้น เช่นเดียวกันทนายความของจำเลยเป็นผู้แทนของจำเลยในการดำเนินคดี ทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นไรย่อมต้องถือว่าจำเลยทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นนั้นด้วย ฉะนั้น เมื่อเสมียนทนายความของจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษา กรณีย่อมต้องถือว่าจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 นั้นด้วย เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาจำเลยไม่มาศาลเพียงแต่ทนายความของจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายความนำคำร้องมาขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาโดยอ้างว่าจำเลยไปต่างประเทศ เช่นนี้เป็นกรณีที่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุสมควร สงสัยได้ว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับจำเลยมาเพื่อฟังคำพิพากษาและให้นัดฟังคำพิพากษาใหม่ในวันที่ 18 สิงหาคม 2542 และเมื่อถึงวันนัดซึ่งพ้นหนึ่งเดือนนับแต่วันออกหมายจับแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยไป เป็นการอ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายและถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าวแล้ว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 กรณีจึงไม่มีเหตุให้ไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่ พิพากษายืน (วิชัย ชื่นชมพูนุท-สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์-พีรพล จันทร์สว่าง) ศาลแขวงดุสิต - นายธนิต ภูริเวทย์ ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ แสงเทียน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91329
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงดุสิต",
        "judge": "นายธนิต ภูริเวทย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิรุฬห์ แสงเทียน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065805"
    }
}
date
2544
deka_no
2228/2544
deka_running_no
2228
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์",
    "พีรพล จันทร์สว่าง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 182 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทหลักทรัพย์ เจ. เอฟ. ธนาคม จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวจางเจ้า เฟน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2542 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ให้จำคุก 2 เดือน โดยอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย และออกหมายจับจำเลยเพื่อบังคับตามคำพิพากษา ต่อมาจำเลยถูกจับเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2542 จำเลยยื่นอุทธรณ์ในวันที่ถูกจับว่า จำเลยไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยไม่ชอบ ขอให้ยกเลิกการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังในวันที่ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์และคดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2542 ว่าจำเลยไม่ทราบ วันนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ทำให้จำเลยไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่ เพื่อจำเลยจะได้มีโอกาสอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลชั้นต้นสั่งว่าการอ่านคำพิพากษากระทำโดยชอบแล้ว ไม่มีเหตุต้องไต่สวน ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นทั้งที่ไม่รับอุทธรณ์และยกคำร้องขอให้ไต่สวน

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ และกรณีมีเหตุสมควรไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่หรือไม่ เห็นว่า ในวันนัดพิจารณาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2542 ทนายความของจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายความมาศาล เมื่อเสร็จการพิจารณาศาลชั้นต้นให้นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 ซึ่งเสมียนทนายความได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว เสมียนทนายความผู้รับมอบฉันทะให้มาศาลเป็นผู้แทนของทนายความ เสมียนทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นไร ย่อมต้องถือว่าทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นนั้น เช่นเดียวกันทนายความของจำเลยเป็นผู้แทนของจำเลยในการดำเนินคดี ทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นไรย่อมต้องถือว่าจำเลยทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นนั้นด้วย ฉะนั้น เมื่อเสมียนทนายความของจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษา กรณีย่อมต้องถือว่าจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 นั้นด้วย เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาจำเลยไม่มาศาลเพียงแต่ทนายความของจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายความนำคำร้องมาขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาโดยอ้างว่าจำเลยไปต่างประเทศ เช่นนี้เป็นกรณีที่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุสมควร สงสัยได้ว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับจำเลยมาเพื่อฟังคำพิพากษาและให้นัดฟังคำพิพากษาใหม่ในวันที่ 18 สิงหาคม 2542 และเมื่อถึงวันนัดซึ่งพ้นหนึ่งเดือนนับแต่วันออกหมายจับแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยไป เป็นการอ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายและถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าวแล้ว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 กรณีจึงไม่มีเหตุให้ไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001125.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544