คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2544 ฉบับเต็ม

#91333
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2544 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายเดชา ชินบุตร จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา จำเลยมีถิ่นที่อยู่และกระทำความผิดที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งยังไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 58 (3) ได้กำหนดให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาตาม ป.วิ.อ. มีอำนาจพิจารณาคดีนั้น ศาลจังหวัดลพบุรีจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของจำเลย เมื่อคดีนี้ได้พิจารณาโดยศาลจังหวัดลพบุรีซึ่งมิใช่ศาลเยาวชนและครอบครัว การพิจารณาพิพากษาคดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกาจึงไม่ต้องพิจารณาโดยแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวของศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลฎีกา เพราะกรณีดังกล่าวไม่ต้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 121, 123 และ 125 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๗ กับบวกโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๔๐๐/๒๕๔๑ เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ จำเลยอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา ๗๕ จำคุก ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๔๐๐/๒๕๔๑ เข้ากับโทษในคดีนี้ เป็นจำคุก ๔ เดือน ๑๕ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คดีนี้ต้องวินิจฉัยโดยศาลอุทธรณ์ภาค ๑ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวและศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยมีถิ่นที่อยู่และกระทำผิดที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งยังไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๕๘ (๓) ได้กำหนดให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจพิจารณาคดีนั้น ศาลจังหวัดลพบุรีจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีจำเลย ฉะนั้น เมื่อคดีนี้ได้พิจารณาโดยศาลจังหวัดลพบุรีซึ่งมิใช่ศาลเยาวชนและครอบครัว การพิจารณาพิพากษาคดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกาจึงไม่ต้องพิจารณาโดยแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ และศาลฎีกา เพราะกรณีดังกล่าวไม่ต้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๒๑, ๑๒๓ และ ๑๒๕ พิพากษายืน. (วสันต์ ตรีสุวรรณ-ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์-จำรูญ แสนภักดี) ศาลจังหวัดลพบุรี - นางสาววัชรีพร ตรัยศิลานันท์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายกรองเกียรติ คมสัน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91333
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นางสาววัชรีพร ตรัยศิลานันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายกรองเกียรติ คมสัน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065700"
    }
}
date
2544
deka_no
2261/2544
deka_running_no
2261
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ",
    "ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์",
    "จำรูญ แสนภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเดชา ชินบุตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๗ กับบวกโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๔๐๐/๒๕๔๑ เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ จำเลยอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา ๗๕ จำคุก ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๔๐๐/๒๕๔๑ เข้ากับโทษในคดีนี้ เป็นจำคุก ๔ เดือน ๑๕ วัน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คดีนี้ต้องวินิจฉัยโดยศาลอุทธรณ์ภาค ๑ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวและศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยมีถิ่นที่อยู่และกระทำผิดที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งยังไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๕๘ (๓) ได้กำหนดให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจพิจารณาคดีนั้น ศาลจังหวัดลพบุรีจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีจำเลย ฉะนั้น เมื่อคดีนี้ได้พิจารณาโดยศาลจังหวัดลพบุรีซึ่งมิใช่ศาลเยาวชนและครอบครัว การพิจารณาพิพากษาคดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกาจึงไม่ต้องพิจารณาโดยแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ และศาลฎีกา เพราะกรณีดังกล่าวไม่ต้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๒๑, ๑๒๓ และ ๑๒๕

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001124.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544