คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2544 ฉบับเต็ม

#91347
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2544 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ เด็กหญิงเยาวมาลย์ สีม่วง กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 74, มาตรา 74 (5) ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 มีอายุ 13 ปี จึงไม่ต้องรับโทษตาม ป.อ. มาตรา 74 แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมีกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ปี และขั้นสูง ไม่เกิน 2 ปี แต่เมื่อขณะจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา จำเลยที่ 1 มีอายุครบสิบแปดปีแล้ว ศาลจึงไม่อาจส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตาม ป.อ. มาตรา 74 (5) ได้ จึงสมควรที่จะดำเนินการแก่จำเลยที่ 1 ตามมาตรา 74 ประการอื่นที่เหมาะสมแก่จำเลยที่ 1 โดยเห็นควรมอบตัวจำเลยที่ 1 ให้มารดาหรือผู้ปกครองซึ่งยังสามารถ ดูแลจำเลยที่ 1 ได้ไป โดยวางข้อกำหนดให้มารดาหรือผู้ปกครองปฏิบัติตามและเพื่อให้จำเลยที่ 1 หลาบจำเห็นสมควรกำหนดวิธีดำเนินการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ 1 ด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๕, ๖ (๑), ๗ ทวิ, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๐๖ ทวิ, ๑๑๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ และริบของกลาง ที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙ และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ มีอายุ ๑๓ ปี ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ แต่เห็นสมควรให้ส่งตัวจำเลยที่ ๑ ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี มีกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๑ ปี และขั้นสูงไม่เกิน ๒ ปี ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ ๑ มีอายุ ๑๓ ปี จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยที่ ๑ ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี มีกำหนดขึ้นต่ำไม่น้อยกว่า ๑ ปี และขั้นสูงไม่เกิน ๒ ปี แต่ในระหว่างยื่นฎีกา จำเลยที่ ๑ มีอายุครบสิบแปดปีแล้ว ศาลจึงไม่อาจส่งตัวจำเลยที่ ๑ ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ (๕) แต่สมควรที่จะดำเนินการแก่จำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ ประการอื่นที่เหมาะสมแก่จำเลยที่ ๑ โดยเห็นว่าควรมอบตัวจำเลยที่ ๑ ให้มารดาหรือผู้ปกครองซึ่งยังสามารถดูแลจำเลยที่ ๑ ได้ไป โดยวางข้อกำหนดให้มารดาหรือผู้ปกครองปฏิบัติตามและเพื่อให้จำเลยที่ ๑ หลาบจำเห็นสมควรกำหนดวิธีการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๑ ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาหรือผู้ปกครองจำเลยที่ ๑ รับตัวจำเลยที่ ๑ ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ ๑ ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด ๒ ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๑ ฟัง หากจำเลยที่ ๑ ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาอีก มารดาหรือผู้ปกครองจำเลยที่ ๑ จะต้องชำระเงินต่อศาลครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๑ โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ห้ามจำเลยที่ ๑ เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิด กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ ๑ เห็นสมควร มีกำหนด ๓๐ ชั่วโมง และให้คืนธนบัตรล่อซื้อ ๒,๐๐๐ บาท แก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗. (สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์-วิชัย ชื่นชมพูนุท-ยงยศ นิสภัครกุล) ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายธีระพงศ์ เพ็ญตระการ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายกษิดิ์เดช จีนสลุต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91347
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์",
        "judge": "นายธีระพงศ์ เพ็ญตระการ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายกษิดิ์เดช จีนสลุต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064717"
    }
}
date
2544
deka_no
2866/2544
deka_running_no
2866
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 74",
            "ม. 74 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เด็กหญิงเยาวมาลย์ สีม่วง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๕, ๖ (๑), ๗ ทวิ, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๐๖ ทวิ, ๑๑๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ และริบของกลาง ที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙ และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ มีอายุ ๑๓ ปี ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ แต่เห็นสมควรให้ส่งตัวจำเลยที่ ๑ ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี มีกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๑ ปี และขั้นสูงไม่เกิน ๒ ปี ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ ๑ มีอายุ ๑๓ ปี จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยที่ ๑ ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี มีกำหนดขึ้นต่ำไม่น้อยกว่า ๑ ปี และขั้นสูงไม่เกิน ๒ ปี แต่ในระหว่างยื่นฎีกา จำเลยที่ ๑ มีอายุครบสิบแปดปีแล้ว ศาลจึงไม่อาจส่งตัวจำเลยที่ ๑ ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ (๕) แต่สมควรที่จะดำเนินการแก่จำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ ประการอื่นที่เหมาะสมแก่จำเลยที่ ๑ โดยเห็นว่าควรมอบตัวจำเลยที่ ๑ ให้มารดาหรือผู้ปกครองซึ่งยังสามารถดูแลจำเลยที่ ๑ ได้ไป โดยวางข้อกำหนดให้มารดาหรือผู้ปกครองปฏิบัติตามและเพื่อให้จำเลยที่ ๑ หลาบจำเห็นสมควรกำหนดวิธีการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๑ ด้วย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาหรือผู้ปกครองจำเลยที่ ๑ รับตัวจำเลยที่ ๑ ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ ๑ ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด ๒ ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๑ ฟัง หากจำเลยที่ ๑ ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาอีก มารดาหรือผู้ปกครองจำเลยที่ ๑ จะต้องชำระเงินต่อศาลครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๑ โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ห้ามจำเลยที่ ๑ เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิด กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ ๑ เห็นสมควร มีกำหนด ๓๐ ชั่วโมง และให้คืนธนบัตรล่อซื้อ ๒,๐๐๐ บาท แก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001115.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544