คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3098/2544 ฉบับเต็ม

#91349
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3098/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมชาย ชัยวิจิตร จำเลย ป.อ. มาตรา 3 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 5, มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, มาตรา 21, มาตรา 30, มาตรา 62 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ.2536) ลงวันที่ 19 มกราคม 2536 มาตรา การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายไปไม่เกิน 0.500 กรัม ที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมายนั้นผู้กระทำต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง หรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 21 มาตรา 30 และมาตรา 62 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 แต่ตามข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนและไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ขายเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง การที่จำเลยมีไว้เพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีนมีน้ำหนัก 0.45 กรัม จึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2538 เวลากลางวัน จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายและขาย เมทแอมเฟตามีนมิใช่มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองซึ่งเป็นความผิดคนละฐาน แม้ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ก็ตาม จำเลยจะนำ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และมาตรา 67 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเรื่องการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มาใช้บังคับไม่ได้ ทั้งโทษฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลย กรณีของจำเลยจึงต้องปรับบทตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๓๘ เวลากลางวัน จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ใน ประเภท ๒ จำนวน ๕ เม็ด น้ำหนัก ๐.๔๕ กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขาย และจำเลยขายเมทแอมเฟตามีน ๒ เม็ด น้ำหนัก ๐.๑๘ กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่มีไว้เพื่อขายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา ๑๐๐ บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้และยึดเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้เพื่อขาย เมทแอมเฟตามีนที่ขายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ และเงิน ๓,๐๗๐ บาท ซึ่งจำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๑๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข และริบเงินของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙ จำคุก ๕ ปี คำให้การจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขและริบเงิน ๓,๐๗๐ บาท ของกลางที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้ริบเงินจำนวน ๓,๐๗๐ บาท ของกลาง นอกจากที่ แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาแต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยประการแรกจำเลยฎีกาว่า จำเลยได้รับความคุ้มครองตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๓๖ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๖ โดยอ้างว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองไม่เกิน ๐.๕๐๐ กรัม จึงไม่เป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครอง เพื่อขายและขายตามกฎหมาย เห็นว่า กรณียกเว้นที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมายจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง หรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๒๑ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ แต่ตามข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนและก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ขายเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง แต่ประการใด การที่จำเลยมีไว้เพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีนน้ำหนัก ๐.๔๕ กรัม จึงไม่เข้า ข้อยกเว้นที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่าจะปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายฉบับใด จำเลยฎีกาว่า จำเลยมี เมทแอมเฟตามีนคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ ๐.๖๓ กรัม (ที่ถูกจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนน้ำหนัก .๐๔๕ กรัม) ไม่ถึง ๒๐ กรัม ต้องปรับบทลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗ เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีน มิได้วินิจฉัยว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดคนละฐาน แม้ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็น ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็ตาม จำเลยจะนำพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเรื่องการมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ มาใช้บังคับไม่ได้ ทั้งโทษฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลย กรณีของจำเลยจึงต้องปรับบทตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พิพากษายืน. (สบโชค สุขารมณ์-ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) ศาลอาญา - นายไพฑูรย์ อุ้ยมาก ศาลอุทธรณ์ - นายพีระพล พิชยวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
91349
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายไพฑูรย์ อุ้ยมาก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพีระพล พิชยวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064488"
    }
}
date
2544
deka_no
3098/2544
deka_running_no
3098
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 5",
            "ม. 13 ทวิ วรรคหนึ่ง",
            "ม. 21",
            "ม. 30",
            "ม. 62"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ.2536) ลงวันที่ 19 มกราคม 2536",
        "law_abbr": "ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ.2536) ลงวันที่ 19 มกราคม 2536",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมชาย ชัยวิจิตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๓๘ เวลากลางวัน จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ใน ประเภท ๒ จำนวน ๕ เม็ด น้ำหนัก ๐.๔๕ กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขาย และจำเลยขายเมทแอมเฟตามีน ๒ เม็ด น้ำหนัก ๐.๑๘ กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่มีไว้เพื่อขายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา ๑๐๐ บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้และยึดเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้เพื่อขาย เมทแอมเฟตามีนที่ขายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ และเงิน ๓,๐๗๐ บาท ซึ่งจำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๑๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข และริบเงินของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙ จำคุก ๕ ปี คำให้การจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขและริบเงิน ๓,๐๗๐ บาท ของกลางที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้ริบเงินจำนวน ๓,๐๗๐ บาท ของกลาง นอกจากที่ แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาแต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยประการแรกจำเลยฎีกาว่า จำเลยได้รับความคุ้มครองตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๓๖ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๖ โดยอ้างว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองไม่เกิน ๐.๕๐๐ กรัม จึงไม่เป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครอง เพื่อขายและขายตามกฎหมาย เห็นว่า กรณียกเว้นที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมายจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง หรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๒๑ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ แต่ตามข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งเมทแอมเฟตามีนและก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้ขายเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง แต่ประการใด การที่จำเลยมีไว้เพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีนน้ำหนัก ๐.๔๕ กรัม จึงไม่เข้า ข้อยกเว้นที่จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่าจะปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายฉบับใด จำเลยฎีกาว่า จำเลยมี เมทแอมเฟตามีนคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ ๐.๖๓ กรัม (ที่ถูกจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนน้ำหนัก .๐๔๕ กรัม) ไม่ถึง ๒๐ กรัม ต้องปรับบทลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗ เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีน มิได้วินิจฉัยว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดคนละฐาน แม้ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็น ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็ตาม จำเลยจะนำพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเรื่องการมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ มาใช้บังคับไม่ได้ ทั้งโทษฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลย กรณีของจำเลยจึงต้องปรับบทตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001113.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544