คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8991/2544 ฉบับเต็ม

#98275
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8991/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายตัน อาคูนหรือตันอาคูล กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ได้ให้นิยามศัพท์คำว่า "จำหน่าย" หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ ดังนั้น การที่จำเลยส่งมอบ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับที่เข้าล่อซื้อแม้จะยังไม่ได้ชำระเงินให้จำเลย ก็ถือว่าเป็นการจำหน่ายตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓ และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ๓,๔ - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ลงโทษฐานจำหน่ายเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกคนละ ๒๕ ปี ชั้นจับกุมจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๑๖ ปี ๘ เดือน ริบ ๓,๔ - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลาง คืนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพียงบทเดียว ส่วนการกำหนดโทษและการลดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ และจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจกองกำกับการกองบังคับการ ๕ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ๑ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จับกุมจำเลยทั้งสองพร้อมกับยึดได้ ๓,๔ - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำนวน ๓๐๐ เม็ด รถยนต์ ๑ คัน จดทะเบียนในประเทศมาเลเซียหมายเลขทะเบียน เคเอพี ๒๕๑๗ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๑ เครื่องเป็นของกลาง? คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานจำหน่าย ๓,๔ - เมทิลลีนไดออก-ซีเมทแอมเฟตามีนของกลางด้วยหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ ได้ให้นิยามศัพท์คำว่า "จำหน่าย" หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๑ ส่งมอบ ๓,๔ - เมทิลลีนได-ออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับและสายลับก็นำไปส่งมอบให้พันตำรวจโทชาติชาย นิโครธานนท์ ผู้จับกุมจำเลยทั้งสอง แม้จะยังไม่ได้ชำระเงินให้จำเลยที่ ๑ ก็ถือว่าเป็นการจำหน่ายตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานนี้ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายกฟ้องฐานนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจในการลงโทษจำคุก เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (วิบูลย์ มีอาสา-ศุภชัย ภู่งาม-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) ศาลจังหวัดสงขลา - นายสมชาติ สารธรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายดิเรก อิงคนินันท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98275
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสงขลา",
        "judge": "นายสมชาติ สารธรรม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายดิเรก อิงคนินันท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059304"
    }
}
date
2544
deka_no
8991/2544
deka_running_no
8991
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "ศุภชัย ภู่งาม",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายตัน อาคูนหรือตันอาคูล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓ และริบของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ๓,๔ - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ลงโทษฐานจำหน่ายเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกคนละ ๒๕ ปี ชั้นจับกุมจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๑๖ ปี ๘ เดือน ริบ ๓,๔ - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลาง คืนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพียงบทเดียว ส่วนการกำหนดโทษและการลดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ และจำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจกองกำกับการกองบังคับการ ๕ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ๑ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จับกุมจำเลยทั้งสองพร้อมกับยึดได้ ๓,๔ - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำนวน ๓๐๐ เม็ด รถยนต์ ๑ คัน จดทะเบียนในประเทศมาเลเซียหมายเลขทะเบียน เคเอพี ๒๕๑๗ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๑ เครื่องเป็นของกลาง?

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานจำหน่าย ๓,๔ - เมทิลลีนไดออก-ซีเมทแอมเฟตามีนของกลางด้วยหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ ได้ให้นิยามศัพท์คำว่า "จำหน่าย" หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๑ ส่งมอบ ๓,๔ - เมทิลลีนได-ออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับและสายลับก็นำไปส่งมอบให้พันตำรวจโทชาติชาย นิโครธานนท์ ผู้จับกุมจำเลยทั้งสอง แม้จะยังไม่ได้ชำระเงินให้จำเลยที่ ๑ ก็ถือว่าเป็นการจำหน่ายตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานนี้ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายกฟ้องฐานนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ส่วนที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจในการลงโทษจำคุก เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001066.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544