คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2545 ฉบับเต็ม

#98283
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2545 เจ้าท่า ผู้ร้อง นายชัยวัฒน์ ขจรกลิ่นมาลา ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้คัดค้านได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำไปก่อนแล้ว สิ่งปลูกสร้างที่เหลือไม่ใช่บริเวณที่ผู้ร้องต้องการให้ผู้คัดค้านรื้อถอนออกไป ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขับไล่ผู้คัดค้าน เป็นฎีกาที่มิได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้อง จึงไม่ชอบ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านรื้อถอนแพอาหารบัวริมแควออกไปเสียจากแม่น้ำแควใหญ่ตามกำหนดที่ศาลเห็นสมควร หากไม่ยอมปฏิบัติตามขอให้ผู้ร้องหรือผู้แทนเป็นผู้จัดการรื้อถอนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว โดยให้ผู้คัดค้านเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านได้ปลูกสร้างแพเพื่อประกอบกิจการขายอาหารจริง แต่ผู้คัดค้านได้ยื่นคำร้องปลูกสร้างโดยถูกต้องต่อเทศบาลเมืองกาญจนบุรีเมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้ว ขณะนั้นบริเวณที่ผู้คัดค้านปลูกสร้างยังคงเป็นพื้นดิน ผู้คัดค้านไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ และใต้น้ำของแม่น้ำแควใหญ่แต่อย่างใด แต่ต่อมาถูกกระแสน้ำเซาะตลิ่งเข้ามาจนเป็นเหตุให้บริเวณพื้นดินดังกล่าวพังลง บริเวณดังกล่าวมิได้เป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ซึ่งประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๓๔ ผู้คัดค้านเสียค่าปรับให้แก่เจ้าท่าภูมิภาคที่ ๔ (ที่ถูกเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๓) จริงแต่เป็นเรื่องมิใช่เกิดจากการละเมิดต่อผู้ร้อง ผู้คัดค้านไม่เคยได้รับหนังสือให้จัดการรื้อถอนแพอาหารจากผู้ร้องแต่อย่างใด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ผู้คัดค้านรื้อถอนสิ่งที่ล่วงล้ำลำน้ำออกไปให้พ้นเสียจากแม่น้ำแควใหญ่ (แม่น้ำแม่กลอง) ภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษา หากไม่ยอมรื้อถอนภายในกำหนดเวลา ให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการให้มีการรื้อถอน โดยให้ผู้ร้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์และให้ผู้คัดค้านเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนั้น ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายกอุทธรณ์ผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้คัดค้านได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำไปก่อนแล้ว สิ่งปลูกสร้างที่เหลือตามภาพถ่ายหมาย ร. ๒ และ ร. ๓ (ที่ถูกตามแผนที่และภาพถ่ายเอกสารหมาย ร. ๒ และ ร. ๓) จึงไม่ใช่บริเวณที่ผู้ร้องต้องการให้ผู้คัดค้านรื้อถอนออกไป ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขับไล่ผู้คัดค้านนั้น ฎีกาของผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นฎีกาที่มิได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ว่าไม่ถูกต้องแต่อย่างใด ฎีกาของผู้คัดค้านจึงไม่ชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาผู้คัดค้าน. (พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสุวีวัฒน์ ประมงค์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอภิชัย ประเสริฐสรรพกิจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98283
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกาญจนบุรี",
        "judge": "นายสุวีวัฒน์ ประมงค์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายอภิชัย ประเสริฐสรรพกิจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058103"
    }
}
date
2545
deka_no
202/2545
deka_running_no
202
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "เจ้าท่า"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายชัยวัฒน์ ขจรกลิ่นมาลา"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านรื้อถอนแพอาหารบัวริมแควออกไปเสียจากแม่น้ำแควใหญ่ตามกำหนดที่ศาลเห็นสมควร หากไม่ยอมปฏิบัติตามขอให้ผู้ร้องหรือผู้แทนเป็นผู้จัดการรื้อถอนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว โดยให้ผู้คัดค้านเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านได้ปลูกสร้างแพเพื่อประกอบกิจการขายอาหารจริง แต่ผู้คัดค้านได้ยื่นคำร้องปลูกสร้างโดยถูกต้องต่อเทศบาลเมืองกาญจนบุรีเมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้ว ขณะนั้นบริเวณที่ผู้คัดค้านปลูกสร้างยังคงเป็นพื้นดิน ผู้คัดค้านไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ และใต้น้ำของแม่น้ำแควใหญ่แต่อย่างใด แต่ต่อมาถูกกระแสน้ำเซาะตลิ่งเข้ามาจนเป็นเหตุให้บริเวณพื้นดินดังกล่าวพังลง บริเวณดังกล่าวมิได้เป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ซึ่งประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๓๔ ผู้คัดค้านเสียค่าปรับให้แก่เจ้าท่าภูมิภาคที่ ๔ (ที่ถูกเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๓) จริงแต่เป็นเรื่องมิใช่เกิดจากการละเมิดต่อผู้ร้อง ผู้คัดค้านไม่เคยได้รับหนังสือให้จัดการรื้อถอนแพอาหารจากผู้ร้องแต่อย่างใด ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ผู้คัดค้านรื้อถอนสิ่งที่ล่วงล้ำลำน้ำออกไปให้พ้นเสียจากแม่น้ำแควใหญ่ (แม่น้ำแม่กลอง) ภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษา หากไม่ยอมรื้อถอนภายในกำหนดเวลา ให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการให้มีการรื้อถอน โดยให้ผู้ร้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์และให้ผู้คัดค้านเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนั้น

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายกอุทธรณ์ผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้คัดค้านได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำไปก่อนแล้ว สิ่งปลูกสร้างที่เหลือตามภาพถ่ายหมาย ร. ๒ และ ร. ๓ (ที่ถูกตามแผนที่และภาพถ่ายเอกสารหมาย ร. ๒ และ ร. ๓) จึงไม่ใช่บริเวณที่ผู้ร้องต้องการให้ผู้คัดค้านรื้อถอนออกไป ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขับไล่ผู้คัดค้านนั้น ฎีกาของผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นฎีกาที่มิได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ว่าไม่ถูกต้องแต่อย่างใด ฎีกาของผู้คัดค้านจึงไม่ชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาผู้คัดค้าน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001055.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545