คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9525/2544 ฉบับเต็ม

#98323
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9525/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางเพชรณี ตั้งความดี จำเลย ป.อ. มาตรา 59, มาตรา 84 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 2 (14), มาตรา 28, มาตรา 172, มาตรา 174, มาตรา 185, มาตรา 227 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1), มาตรา 62 วรรคหนึ่ง, มาตรา 70 คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง การที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยถือว่าเป็น การฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย จึงต้องถือว่าผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 62 เช่นเดียวกับที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ จำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เพียงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ให้การหรือนำสืบโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมตามฟ้อง หรือโต้แย้งสิทธิของผู้เสียหายในงานดังกล่าวมาโดยชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง ว่า งานดนตรีกรรมที่มีการฟ้องร้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโดยโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้อีก ดังนั้น ไม่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาในข้อนี้จะมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อคดีของโจทก์ งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าวเป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำเลยได้เสนอขายแผ่นซีดีเพลงวัตถุพยานของกลางซึ่งมีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายให้แก่พนักงานของผู้เสียหายผู้ล่อซื้อและพฤติการณ์ที่มีการวางปกแผ่นซีดีเพลงดังกล่าวในร้านค้าที่เกิดเหตุ ย่อมชี้ให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนาที่จะเสนอขายแผ่นซีดีเพลงตามแผ่นปกดังกล่าวมาแต่ต้นแล้ว กรณีนี้ถือไม่ได้ว่า พนักงานของผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 31, 70, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 33 ให้แผ่นซีดีเพลงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย ริบซองพัสดุ สำเนาใบเสร็จ และซองใส่แผ่นซีดีเพลงพร้อมปกของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (ที่ถูก 31 (1)) และ 70 วรรคสอง จำคุก 3 เดือน และปรับ 60,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้แผ่นซีดีเพลงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย ริบ (ซองพัสดุ สำเนาใบเสร็จ และซองใส่แผ่นซีดีเพลงพร้อมปก) ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ๊อกซิ่งซาวด์ ผู้เสียหายจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการจัดแสดงมหรสพทุกประเภท ผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้นางสาวจุฑามาศ มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่บุคคลใดๆ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสิ่งบันทึกเสียงของผู้เสียหาย รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย และสำหรับข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบเกี่ยวกับงานดนตรีกรรมตามฟ้องยังฟังไม่ได้ชัดเจนว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมดังกล่าวนั้น ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 62 วรรคหนึ่งได้บัญญัติไว้ว่า "คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงในงานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์" เห็นว่า การที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ถือว่าเป็นการฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย จึงต้องถือว่าผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกับที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง ตามคำให้การจำเลยฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2543 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางบันทึกคำให้การจำเลยไว้ว่า "ข้าพเจ้าขอให้การปฏิเสธตามฟ้อง" และต่อมาจำเลยก็ได้ยื่นคำให้การจำเลยฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2543 ขอให้การใหม่ว่า "ขอให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาของโจทก์ และขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ปล่อยจำเลยให้พ้นข้อกล่าวหาด้วย" เท่ากับว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เพียงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ให้การหรือนำสืบโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมตามฟ้อง หรือโต้แย้งสิทธิของผู้เสียหายในงานดังกล่าวมาโดยชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าวว่างานดนตรีกรรมที่มีการฟ้องร้องในคดีนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้อง โดยโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้อีก ดังนั้น ไม่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาในข้อนี้จะมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อคดีของโจทก์ซึ่งได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นที่ยุติได้ว่า งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าวเป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และคดีฟังยุติได้อีกว่านายโชคชัยผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2534 ที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งเป็นบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าว เป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำเลยได้เสนอขายแผ่นซีดีเพลงของกลาง ซึ่งมีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายให้แก่นายดำรงพนักงานของผู้เสียหายผู้ล่อซื้อจริง และกรณีนี้ถือไม่ได้ว่า พนักงานของผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิดดังที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์เพราะพฤติการณ์ที่มีการวางปกแผ่นซีดีเพลงดังกล่าวในร้านค้าที่เกิดเหตุ ย่อมชี้ให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนาที่จะเสนอขายแผ่นซีดีปกดังกล่าวมาแต่ต้นแล้ว พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจฟ้องหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-พินิจ เพชรรุ่ง) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98323
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058771"
    }
}
date
2544
deka_no
9525/2544
deka_running_no
9525
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "พินิจ เพชรรุ่ง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 59",
            "ม. 84"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 2 (14)",
            "ม. 28",
            "ม. 172",
            "ม. 174",
            "ม. 185",
            "ม. 227"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 31 (1)",
            "ม. 62 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 70"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเพชรณี ตั้งความดี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 31, 70, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 33 ให้แผ่นซีดีเพลงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย ริบซองพัสดุ สำเนาใบเสร็จ และซองใส่แผ่นซีดีเพลงพร้อมปกของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (ที่ถูก 31 (1)) และ 70 วรรคสอง จำคุก 3 เดือน และปรับ 60,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้แผ่นซีดีเพลงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย ริบ (ซองพัสดุ สำเนาใบเสร็จ และซองใส่แผ่นซีดีเพลงพร้อมปก) ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ๊อกซิ่งซาวด์ ผู้เสียหายจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการจัดแสดงมหรสพทุกประเภท ผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้นางสาวจุฑามาศ มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่บุคคลใดๆ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสิ่งบันทึกเสียงของผู้เสียหาย รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย และสำหรับข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบเกี่ยวกับงานดนตรีกรรมตามฟ้องยังฟังไม่ได้ชัดเจนว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมดังกล่าวนั้น ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 62 วรรคหนึ่งได้บัญญัติไว้ว่า "คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงในงานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์" เห็นว่า การที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ถือว่าเป็นการฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย จึงต้องถือว่าผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกับที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง ตามคำให้การจำเลยฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2543 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางบันทึกคำให้การจำเลยไว้ว่า "ข้าพเจ้าขอให้การปฏิเสธตามฟ้อง" และต่อมาจำเลยก็ได้ยื่นคำให้การจำเลยฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2543 ขอให้การใหม่ว่า "ขอให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาของโจทก์ และขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ปล่อยจำเลยให้พ้นข้อกล่าวหาด้วย" เท่ากับว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เพียงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ให้การหรือนำสืบโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมตามฟ้อง หรือโต้แย้งสิทธิของผู้เสียหายในงานดังกล่าวมาโดยชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าวว่างานดนตรีกรรมที่มีการฟ้องร้องในคดีนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้อง โดยโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้อีก ดังนั้น ไม่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาในข้อนี้จะมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อคดีของโจทก์ซึ่งได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นที่ยุติได้ว่า งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าวเป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และคดีฟังยุติได้อีกว่านายโชคชัยผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2534 ที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งเป็นบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าว เป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำเลยได้เสนอขายแผ่นซีดีเพลงของกลาง ซึ่งมีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายให้แก่นายดำรงพนักงานของผู้เสียหายผู้ล่อซื้อจริง และกรณีนี้ถือไม่ได้ว่า พนักงานของผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิดดังที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์เพราะพฤติการณ์ที่มีการวางปกแผ่นซีดีเพลงดังกล่าวในร้านค้าที่เกิดเหตุ ย่อมชี้ให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนาที่จะเสนอขายแผ่นซีดีปกดังกล่าวมาแต่ต้นแล้ว พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจฟ้องหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001061.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544