คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5476/2543 ฉบับเต็ม

#98355
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5476/2543 บริษัทลีโอ ทรานสปอร์ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด โจทก์ โดยนายวิรัช นอบน้อมธรรม และนายทิพย์ ดาลาล กรรมการ บริษัทเอเพ็ค พลาสติกส์ จำกัด จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 27 การที่ทนายจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับทราบวันนัดพร้อมของศาลซึ่งเป็นการนัดพร้อมเพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินคดีตามข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2540 แต่เมื่อถึงกำหนดนัดดังกล่าว ทนายจำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรที่มาศาลไม่ได้ให้ศาลทราบก่อนวันนัด อีกทั้งไม่ได้มอบฉันทะให้ผู้ใดมาแจ้งในวันนัด คงมีแต่ทนายโจทก์มาศาล ย่อมเห็นได้ว่าเป็นความผิดของทนายจำเลยเอง ดังนั้นจำเลยจะยกเอาเหตุที่ตนติดว่าความที่ศาลอื่นซึ่งได้นัดไว้ก่อนแล้วว่าเป็นเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ตาม มาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาเพื่อขอเลื่อนคดีไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 486,878.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 481,633.45 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 481,633.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 5,245.18 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลย ประการแรกว่า มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ทนายจำเลยมายื่นคำให้การจำเลยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2542 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสั่งว่า รับคำให้การจำเลย สำเนาให้โจทก์ นัดพร้อม และหมายแจ้งวันนัดให้โจทก์ทราบ ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้นัดพร้อมในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 เวลา 9 นาฬิกา และทนายจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับทราบวันนัดพร้อมดังกล่าวในคำให้การจำเลย โดยทนายจำเลยไม่ได้โต้แย้งว่าในวันนัดพร้อมนั้น ทนายจำเลยไม่อาจมาศาลได้ แสดงว่าทนายจำเลยพร้อมที่จะมาศาลในวันนัดพร้อมนั้นได้ แต่เมื่อถึงวันนัดพร้อมดังกล่าว ทนายจำเลยกลับไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรที่มาศาลไม่ได้ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางทราบก่อนวันนัดหรือมอบฉันทะให้ผู้ใดมาแจ้งในวันนัดพร้อมแต่อย่างใด คงมีแต่ทนายโจทก์มาศาล ย่อมเห็นได้ว่าเป็นความผิดของทนายจำเลยเอง ดังนั้นทนายจำเลยจึงยกเอาเหตุที่ตนไม่อาจมาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ได้โดยอ้างเหตุที่ตนติดว่าความที่ศาลอื่นซึ่งได้นัดไว้ก่อนแล้วว่าเป็นเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาเพื่อขอเลื่อนคดีไม่ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้เพิกถอนคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยของศาลทรัพยสินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2542 และให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยนัดสืบพยานหลักฐานของจำเลยแล้วพิพากษาไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่. (ประชา ประสงค์จรรยา-ทวีชัย เจริญบัณฑิต-ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายวุฒิพงศ์ เวชยานนท์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98355
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นายวุฒิพงศ์ เวชยานนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082071909"
    }
}
date
2543
deka_no
5476/2543
deka_running_no
5476
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "ทวีชัย เจริญบัณฑิต",
    "ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทลีโอ ทรานสปอร์ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด"
    },
    {
        "role": "กรรมการ",
        "name": "โดยนายวิรัช นอบน้อมธรรม และนายทิพย์ ดาลาล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอเพ็ค พลาสติกส์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 486,878.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 481,633.45 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 481,633.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 5,245.18 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลย ประการแรกว่า มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ทนายจำเลยมายื่นคำให้การจำเลยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2542 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสั่งว่า รับคำให้การจำเลย สำเนาให้โจทก์ นัดพร้อม และหมายแจ้งวันนัดให้โจทก์ทราบ ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้นัดพร้อมในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 เวลา 9 นาฬิกา และทนายจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับทราบวันนัดพร้อมดังกล่าวในคำให้การจำเลย โดยทนายจำเลยไม่ได้โต้แย้งว่าในวันนัดพร้อมนั้น ทนายจำเลยไม่อาจมาศาลได้ แสดงว่าทนายจำเลยพร้อมที่จะมาศาลในวันนัดพร้อมนั้นได้ แต่เมื่อถึงวันนัดพร้อมดังกล่าว ทนายจำเลยกลับไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรที่มาศาลไม่ได้ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางทราบก่อนวันนัดหรือมอบฉันทะให้ผู้ใดมาแจ้งในวันนัดพร้อมแต่อย่างใด คงมีแต่ทนายโจทก์มาศาล ย่อมเห็นได้ว่าเป็นความผิดของทนายจำเลยเอง ดังนั้นทนายจำเลยจึงยกเอาเหตุที่ตนไม่อาจมาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ได้โดยอ้างเหตุที่ตนติดว่าความที่ศาลอื่นซึ่งได้นัดไว้ก่อนแล้วว่าเป็นเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาเพื่อขอเลื่อนคดีไม่ได้

พิพากษายกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้เพิกถอนคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยของศาลทรัพยสินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2542 และให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยนัดสืบพยานหลักฐานของจำเลยแล้วพิพากษาไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001180.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543