ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2544
บริษัท ที เอ็น ที เอ็กซเพรส เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด
โจทก์
นายประมูล จันทรจำนง กับพวก
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 142, มาตรา 243
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121, มาตรา 123
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31, มาตรา 39, มาตรา 52
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่วินิจฉัยและมีคำสั่งว่าการที่โจทก์เลิกจ้าง ป. เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ให้โจทก์รับ ป. กลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหาย ศาลแรงงานตั้งเป็นประเด็นว่ามีเหตุจะเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวหรือไม่แต่กลับวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 123 วรรคหนึ่ง แล้วพิพากษายกฟ้อง โดยมิได้วินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 121 หรือไม่ เป็นการวินิจฉัยปรับบทกฎหมายไม่ตรงกับคำฟ้องและประเด็นแห่งคดีที่กำหนดไว้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์ประกอบกิจการขนส่งเอกสารพัสดุภัณฑ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ป. เป็นพนักงานขับรถส่งเอกสารและพัสดุภัณฑ์ภาคพื้นดินของโจทก์ได้ดื่มสุรากับ ส. ที่บ้านของ ส. ต่อมา ป. เข้าทำงานที่บริษัทโจทก์โดยอาการหน้าแดงและพูดเสียงดังกว่าปกติ แต่ ป. มีหน้าที่ขับยานพาหนะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือบริษัทโจทก์ในการปฏิบัติหน้าที่ได้ แม้ฟังไม่ได้ว่า ป. มึนเมาในขณะทำงาน แต่เมื่อ ป. ดื่มสุราก่อนมาทำงาน เพียงไม่นาน ย่อมทำให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเข้าใจได้ว่า ป. มึนเมาสุรา โจทก์เลิกจ้าง ป. ด้วยเหตุนี้ มิใช่โจทก์เลิกจ้าง ป. เนื่องจากเหตุต่าง ๆ ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 จึงมิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม
___________________________
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ ๑๔/๒๕๓๙ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๙ ของจำเลยทั้งสิบสองและพิพากษาว่า การที่โจทก์เลิกจ้างนายประสงค์จุฑาไม่เป็นการกระทำ อันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ หากศาลเห็นว่าไม่สมควรเพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสิบสอง ขอให้แก้คำสั่งดังกล่าวโดยลดค่าเสียหายลงตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
จำเลยทั้งสิบสองให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมารับฟังได้ว่าเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๓๙ ระหว่างเวลา ๑๐ ถึง ๑๑ นาฬิกา นายประสงค์จุฑาได้ดื่มสุรากับนายสุขเกษมที่บ้านของนายสุขเกษม ต่อมานายประสงค์จุฑาได้เข้าทำงานที่บริษัทโจทก์ โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายประสงค์จุฑามีอาการมึนเมาหรือขาดสติหรือก่อความเสียหายจากการดื่มสุราก่อนเข้าทำงาน เพียงแต่นายประสงค์จุฑามีอาการหน้าแดงและพูดเสียงดังกว่าปกตินั้น ยังไม่อาจฟังว่านายประสงค์จุฑามึนเมาสุราในขณะทำงาน การที่โจทก์เลิกจ้างนายประสงค์จุฑา ประธานสหภาพแรงงาน ที เอ็น ที และเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการยื่นข้อเรียกร้อง จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ วรรคหนึ่ง และคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กำหนดค่าเสียหายถูกต้องเป็นธรรมแล้ว กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ ๑๔/๒๕๓๙ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๙ ของจำเลยทั้งสิบสอง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาข้ออุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า การที่โจทก์เลิกจ้างนายประสงค์จุฑาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ แต่ศาลแรงงานกลางกลับพิพากษาว่าการที่โจทก์เลิกจ้างนายประสงค์จุฑาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ เป็นการปรับบทกฎหมายผิดและเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่ง คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๑๔/๒๕๓๙ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๙ ที่วินิจฉัยและมีคำสั่งว่าการที่โจทก์เลิกจ้าง นายประสงค์จุฑา เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ ให้โจทก์รับ นายประสงค์จุฑากลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหาย ซึ่งศาลแรงงานกลางได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทว่ามีเหตุจะเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวหรือไม่ แต่ศาลแรงงานกลางกลับวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์ที่เลิกจ้างนายประสงค์จุฑาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ วรรคหนึ่ง แล้วพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ ตามที่โจทก์ฟ้อง และศาลแรงงานกลางตั้งประเด็นไว้หรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยปรับบทกฎหมายไม่ตรงกับคำฟ้องของโจทก์ และประเด็นแห่งคดีที่กำหนดไว้ คำพิพากษาศาลแรงงานกลางจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับข้ออุทธรณ์ของโจทก์ ที่ว่าโจทก์เลิกจ้างนายประสงค์จุฑาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมนั้น จะต้องพิเคราะห์ถึงมูลเหตุตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ แต่ศาลแรงงานกลางมิได้พิจารณาถึงมูลเหตุดังกล่าว กลับพิจารณาเพียงว่านายประสงค์จุฑา เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการยื่นข้อเรียกร้อง แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เลิกจ้างนายประสงค์จุฑาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ ซึ่งหมายความว่า ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ฯลฯ เพราะเหตุที่ลูกจ้างนั้นนัดชุมนุม ทำคำร้อง ยื่นข้อเรียกร้องเจรจา หรือดำเนินการฟ้องร้อง หรือเป็นพยานหรือให้หลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นสมาชิก สหภาพแรงงาน หรือมีเหตุใดเหตุหนึ่งใน ๕ เหตุที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๒๑ หากนายจ้างกระทำการดังกล่าวก็เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม คดีนี้แม้นายประสงค์จุฑาจะเป็นประธานสหภาพแรงงานและเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการยื่นข้อเรียกร้อง แต่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ประกอบกิจการขนส่งเอกสารพัสดุภัณฑ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ นายประสงค์จุฑาเป็นพนักงานขับรถส่งเอกสารและพัสดุภัณฑ์ภาคพื้นดินของโจทก์ ในวันเกิดเหตุนายประสงค์จุฑา ได้ดื่มสุรากับนายสุขเกษมที่บ้านของนายสุขเกษม ต่อมานายประสงค์จุฑาได้เข้ามาทำงานที่บริษัทโจทก์โดยอาการ หน้าแดงและพูดเสียงดังกว่าปกติ แม้ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่านายประสงค์จุฑามึนเมาในขณะทำงาน แต่นายประสงค์จุฑา ซึ่งมีหน้าที่ขับยานพาหนะเพื่อขนส่งพัสดุภัณฑ์ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือบริษัทโจทก์ ในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อนายประสงค์จุฑาดื่มสุราก่อนมาทำงานเพียงไม่นานย่อมทำให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเข้าใจได้ว่านายประสงค์จุฑามึนเมาสุราในขณะทำงาน จึงเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุนี้ มิใช่เลิกจ้างนายประสงค์จุฑาเนื่องจากการยื่น ข้อเรียกร้องและเมื่อฟังไม่ได้ว่าโจทก์เลิกจ้างนายประสงค์จุฑาเนื่องจากเหตุต่าง ๆ ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ การเลิกจ้างดังกล่าวจึงมิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม
พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๑๔/๒๕๓๙ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๙ ของจำเลยทั้งสิบสอง .
(รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-กมล เพียรพิทักษ์-จรัส พวงมณี)
ศาลแรงงานกลาง - นายประภัทรพงษ์ ฉายสิว
ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ