คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8750/2544 ฉบับเต็ม

#98396
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8750/2544 นายเวไนย วิชัยดิษฐ์ โจทก์ นางจารุวรรณ มงคลพรชัย จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 369 พ.ร.บ.วิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ.2508 มาตรา 16, มาตรา 19 พ.ร.บ.สถาปนิก พ.ศ.2543 มาตรา 3 ตามมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2532 ของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ข้อ 2.2 กำหนดว่า การออกแบบร่างขั้นสุดท้ายสถาปนิกจะใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุมัติจากการออกแบบร่างขั้นต้น เพื่อออกแบบขั้นสุดท้ายเสนอแก่เจ้าของงาน สถาปนิกจะต้องเสนอเอกสารการประมาณราคาค่าก่อสร้างให้เจ้าของงานเห็นชอบและอนุมัติ และข้อ 2.3 กำหนดในเรื่องการทำรายละเอียดการก่อสร้างไว้ว่า หลังจากแบบร่างขั้นสุดท้ายได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของงานแล้ว สถาปนิกจะจัดทำรายละเอียดการก่อสร้างเพื่อใช้เป็นเอกสารสัญญาและเอกสารขออนุญาต และสถาปนิกจะต้องส่งมอบเอกสารการประมาณราคาก่อสร้างให้แก่เจ้าของงานด้วยเช่นนี้ โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมประเภทสามัญสถาปนิก สาขาสถาปัตยกรรมหลัก จากคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม กระทรวงมหาดไทย น่าจะต้องประกอบวิชาชีพโดยมี จริยธรรมตามมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมดังกล่าวด้วย แม้สัญญาว่าจ้างออกแบบบ้านจะระบุเพียงว่า ผู้ว่าจ้างตกลงชำระค่าจ้างงวดที่ 1 เมื่อตกลงในแบบร่างและลงมือทำแบบจำนวน 100,000 บาท และชำระค่าจ้างงวดที่ 2 ที่เหลือทั้งหมดเมื่อผู้รับเหมาเสนอราคาก่อสร้างก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโจทก์จะลงมือทำแบบแปลนบ้าน อย่างไรก็ได้ โดยที่จำเลยผู้ว่าจ้างไม่มีโอกาสได้เห็นแบบแปลนบ้านนั้นและเห็นชอบด้วย ดังนี้ เมื่อจำเลยผู้ว่าจ้างยัง ไม่เห็นชอบด้วยกับแบบแปลน และการเสนอราคาค่าก่อสร้างของผู้รับเหมาที่โจทก์เป็นผู้ติดต่อให้ตีราคา กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยผู้ว่าจ้างได้ตกลงและเห็นชอบด้วยในแบบแปลนบ้านและมีการเสนอราคาค่าก่อสร้างของผู้รับเหมาซึ่งจำเลยเห็นชอบด้วยแล้วตามสัญญาอันจะทำให้โจทก์ผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างที่เหลือจากจำเลยผู้ว่าจ้าง ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๐๑๒,๑๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดค่าจ้างงวดที่ ๒ เพราะโจทก์กระทำผิดข้อตกลงโดยออกแบบแปลนบ้านไม่ตรงตามความประสงค์ของจำเลย จำเลยให้โจทก์แก้ไขหลายครั้งก็ยังไม่เรียบร้อย จำเลยจึงปฏิเสธไม่รับแบบแปลนที่โจทก์เสนอ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๐๑๒,๑๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนด ค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันว่า เมื่อประมาณต้นปี ๒๕๓๘ จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ออกแบบบ้านพักอาศัย โดยทำข้อตกลงเป็นหนังสือ มีโจทก์และจำเลยลงลายมือชื่อไว้ด้วย แบ่งการจ่าย ค่าจ้างเป็น ๒ งวด งวดแรก เมื่อตกลงในแบบร่างและลงมือทำแบบเป็นเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท งวดที่ ๒ เมื่อโจทก์ ผู้รับจ้างเสนอราคาค่าก่อสร้าง จำเลยผู้ว่าจ้างต้องชำระค่าจ้างที่เหลือทั้งหมด ปรากฏว่าจำเลยได้ชำระค่าจ้างให้โจทก์แล้วจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เห็นว่า โจทก์มีพยานที่รู้เห็นในการทำสัญญาเพียงปากเดียวคือตัวโจทก์มาเบิกความว่า จำเลยพอใจในแบบร่างบ้านของโจทก์และชำระเงินงวดที่ ๑ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์แล้ว โจทก์ออกแบบบ้านให้จำเลยเสร็จเมื่อต้นเดือนมกราคม ๒๕๓๙ และได้มอบแบบแปลนบ้านให้จำเลยเรียบร้อยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระค่าจ้างใน งวดที่ ๒ จำนวน ๑,๐๑๒,๑๖๗ บาท แก่โจทก์ ส่วนจำเลยมีพยานที่รู้เห็นการทำสัญญาคือตัวจำเลยมาเบิกความว่าจำเลย ชำระเงินให้โจทก์ไปจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการที่โจทก์ออกแบบบ้านให้ แต่แบบแปลนบ้าน ดังกล่าวไม่ตรงกับความต้องการของจำเลย จำเลยจึงได้บอกเลิกการออกแบบบ้านให้โจทก์ทราบแล้ว จำเลยเห็นว่า เงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าแบบร่างซึ่งน่าจะมากพอสมควรแล้ว จำเลยไม่เคยเห็นและไม่เคยได้รับแบบแปลนบ้าน และรายการการตีราคาค่าก่อสร้างมาก่อน เมื่อโจทก์กับจำเลยเบิกความยันคำกันปากต่อปาก ศาลฎีกาจึงต้องพิจารณาพยานหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยต่อไป ในปัญหาดังกล่าวปรากฏตามมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๓๒ ของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ข้อ ๒.๒ ว่า "การออกแบบร่างขั้นสุดท้ายสถาปนิกจะใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุมัติจากการออกแบบร่างขั้นต้น เพื่อออกแบบขั้นสุดท้ายเสนอแก่ เจ้าของงาน เอกสารที่สถาปนิกจะต้องเสนอให้เจ้าของงานเห็นชอบ และอนุมัติตามขั้นตอนนี้ประกอบด้วย.. ๒.๒.๖ ประมาณการราคาก่อสร้างตามขั้นตอนนี้" และข้อ ๒.๓ กำหนดในเรื่องการทำรายละเอียดการก่อสร้างไว้ว่า "หลังจากแบบร่างขั้นสุดท้ายได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของงานแล้ว สถาปนิกจะจัดทำรายละเอียดก่อสร้างเพื่อใช้เป็นเอกสารสัญญาและเอกสารขออนุญาต เอกสารที่สถาปนิกจะต้องส่งมอบให้แก่เจ้าของงานตามขั้นตอนนี้ประกอบด้วย? ๒.๓.๕ ประมาณการราคากลางค่าก่อสร้าง" โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมประเภทสามัญสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมหลักจากคณะกรรมการควบคุม การประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม กระทรวงมหาดไทย น่าจะต้องประกอบวิชาชีพโดยมีจริยธรรมตามมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมดังกล่าวด้วย ดังนี้ แม้สัญญาว่าจ้างออกแบบบ้าน จะระบุเพียงว่าจำเลยตกลงชำระค่าจ้างงวดที่ ๑ เมื่อตกลงในแบบร่างและลงมือทำแบบจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และชำระค่าจ้างงวดที่ ๒ ที่เหลือทั้งหมด เมื่อผู้รับเหมาเสนอราคาค่าก่อสร้างก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโจทก์จะลงมือทำแบบแปลนบ้านอย่างไรก็ได้โดยที่จำเลยผู้รับจ้างไม่มีโอกาสได้เห็นแบบแปลนบ้านนั้นและเห็นชอบด้วยกับแบบแปลนบ้านดังกล่าวเลย ในข้อนี้โจทก์มีพยานคือ ตัวโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า จำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อรับแบบแปลนบ้านและรายการการตีราคา ค่าก่อสร้างดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้โจทก์ได้รับค่าจ้างที่เหลือทั้งหมด และโจทก์หาได้มีเอกสาร หลักฐานการอนุมัติแบบแปลนบ้านของจำเลยผู้ว่าจ้างมาแสดงไม่ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ตกลงและเห็นชอบด้วยในแบบแปลนบ้านและมีการเสนอราคาค่าก่อสร้างของผู้รับเหมาซึ่งจำเลยเห็นชอบด้วยแล้ว อันจะทำให้โจทก์ผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดจากจำเลยผู้ว่าจ้าง จำเลยจึงไม่ต้องชำระเงินค่าจ้างงวดที่ ๒ ให้โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างงวดที่ ๒ จำนวน ๑,๐๑๒,๑๖๗ บาท ให้โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (วสันต์ ตรีสุวรรณ-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-จำรูญ แสนภักดี) ศาลแพ่งธนบุรี - นายธรรมนูญ สิงห์สาย ศาลอุทธรณ์ - นายสบโชค สุขารมณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98396
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายธรรมนูญ สิงห์สาย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสบโชค สุขารมณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059519"
    }
}
date
2544
deka_no
8750/2544
deka_running_no
8750
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ",
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "จำรูญ แสนภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 369"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ.2508",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ.2508",
        "sections": [
            "ม. 16",
            "ม. 19"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.2543",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สถาปนิก พ.ศ.2543",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเวไนย วิชัยดิษฐ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจารุวรรณ มงคลพรชัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๐๑๒,๑๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดค่าจ้างงวดที่ ๒ เพราะโจทก์กระทำผิดข้อตกลงโดยออกแบบแปลนบ้านไม่ตรงตามความประสงค์ของจำเลย จำเลยให้โจทก์แก้ไขหลายครั้งก็ยังไม่เรียบร้อย จำเลยจึงปฏิเสธไม่รับแบบแปลนที่โจทก์เสนอ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๐๑๒,๑๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนด ค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันว่า เมื่อประมาณต้นปี ๒๕๓๘ จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ออกแบบบ้านพักอาศัย โดยทำข้อตกลงเป็นหนังสือ มีโจทก์และจำเลยลงลายมือชื่อไว้ด้วย แบ่งการจ่าย ค่าจ้างเป็น ๒ งวด งวดแรก เมื่อตกลงในแบบร่างและลงมือทำแบบเป็นเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท งวดที่ ๒ เมื่อโจทก์ ผู้รับจ้างเสนอราคาค่าก่อสร้าง จำเลยผู้ว่าจ้างต้องชำระค่าจ้างที่เหลือทั้งหมด ปรากฏว่าจำเลยได้ชำระค่าจ้างให้โจทก์แล้วจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เห็นว่า โจทก์มีพยานที่รู้เห็นในการทำสัญญาเพียงปากเดียวคือตัวโจทก์มาเบิกความว่า จำเลยพอใจในแบบร่างบ้านของโจทก์และชำระเงินงวดที่ ๑ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์แล้ว โจทก์ออกแบบบ้านให้จำเลยเสร็จเมื่อต้นเดือนมกราคม ๒๕๓๙ และได้มอบแบบแปลนบ้านให้จำเลยเรียบร้อยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระค่าจ้างใน งวดที่ ๒ จำนวน ๑,๐๑๒,๑๖๗ บาท แก่โจทก์ ส่วนจำเลยมีพยานที่รู้เห็นการทำสัญญาคือตัวจำเลยมาเบิกความว่าจำเลย ชำระเงินให้โจทก์ไปจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการที่โจทก์ออกแบบบ้านให้ แต่แบบแปลนบ้าน ดังกล่าวไม่ตรงกับความต้องการของจำเลย จำเลยจึงได้บอกเลิกการออกแบบบ้านให้โจทก์ทราบแล้ว จำเลยเห็นว่า เงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าแบบร่างซึ่งน่าจะมากพอสมควรแล้ว จำเลยไม่เคยเห็นและไม่เคยได้รับแบบแปลนบ้าน และรายการการตีราคาค่าก่อสร้างมาก่อน เมื่อโจทก์กับจำเลยเบิกความยันคำกันปากต่อปาก ศาลฎีกาจึงต้องพิจารณาพยานหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยต่อไป ในปัญหาดังกล่าวปรากฏตามมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๓๒ ของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ข้อ ๒.๒ ว่า "การออกแบบร่างขั้นสุดท้ายสถาปนิกจะใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุมัติจากการออกแบบร่างขั้นต้น เพื่อออกแบบขั้นสุดท้ายเสนอแก่ เจ้าของงาน เอกสารที่สถาปนิกจะต้องเสนอให้เจ้าของงานเห็นชอบ และอนุมัติตามขั้นตอนนี้ประกอบด้วย.. ๒.๒.๖ ประมาณการราคาก่อสร้างตามขั้นตอนนี้" และข้อ ๒.๓ กำหนดในเรื่องการทำรายละเอียดการก่อสร้างไว้ว่า "หลังจากแบบร่างขั้นสุดท้ายได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของงานแล้ว สถาปนิกจะจัดทำรายละเอียดก่อสร้างเพื่อใช้เป็นเอกสารสัญญาและเอกสารขออนุญาต เอกสารที่สถาปนิกจะต้องส่งมอบให้แก่เจ้าของงานตามขั้นตอนนี้ประกอบด้วย? ๒.๓.๕ ประมาณการราคากลางค่าก่อสร้าง" โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมประเภทสามัญสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมหลักจากคณะกรรมการควบคุม การประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม กระทรวงมหาดไทย น่าจะต้องประกอบวิชาชีพโดยมีจริยธรรมตามมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมดังกล่าวด้วย ดังนี้ แม้สัญญาว่าจ้างออกแบบบ้าน จะระบุเพียงว่าจำเลยตกลงชำระค่าจ้างงวดที่ ๑ เมื่อตกลงในแบบร่างและลงมือทำแบบจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และชำระค่าจ้างงวดที่ ๒ ที่เหลือทั้งหมด เมื่อผู้รับเหมาเสนอราคาค่าก่อสร้างก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโจทก์จะลงมือทำแบบแปลนบ้านอย่างไรก็ได้โดยที่จำเลยผู้รับจ้างไม่มีโอกาสได้เห็นแบบแปลนบ้านนั้นและเห็นชอบด้วยกับแบบแปลนบ้านดังกล่าวเลย ในข้อนี้โจทก์มีพยานคือ ตัวโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า จำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อรับแบบแปลนบ้านและรายการการตีราคา ค่าก่อสร้างดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้โจทก์ได้รับค่าจ้างที่เหลือทั้งหมด และโจทก์หาได้มีเอกสาร หลักฐานการอนุมัติแบบแปลนบ้านของจำเลยผู้ว่าจ้างมาแสดงไม่ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ตกลงและเห็นชอบด้วยในแบบแปลนบ้านและมีการเสนอราคาค่าก่อสร้างของผู้รับเหมาซึ่งจำเลยเห็นชอบด้วยแล้ว อันจะทำให้โจทก์ผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดจากจำเลยผู้ว่าจ้าง จำเลยจึงไม่ต้องชำระเงินค่าจ้างงวดที่ ๒ ให้โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างงวดที่ ๒ จำนวน ๑,๐๑๒,๑๖๗ บาท ให้โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001068.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544