คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6331/2544 ฉบับเต็ม

#98399
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6331/2544 กรมสรรพากร โจทก์ บริษัทเจริญอักษรไฟน์เปเปอร์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.รัษฎากร มาตรา 87/1, มาตรา 89 (4), มาตรา 89 (10) ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 246 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 จำเลยยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องเป็นเหตุให้จำนวนภาษีขายคลาดเคลื่อนไป จำเลยจึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 (4) และการกระทำของจำเลยดังกล่าวมิใช่เป็นการมิได้ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือรายงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา 87/1 หรือมีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ อันจะทำให้ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีซึ่งคำนวณจากฐานภาษีที่มิได้ทำรายงานหรือมิได้ลงรายการในรายงานให้ถูกต้องตามมาตรา 89 (10) การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29 ประกอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) และมาตรา 246 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในหนี้ค่าภาษีจำนวน ๗๒,๙๑๗,๕๓๖.๐๖ บาท แก่โจทก์ พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนในค่าภาษีจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินภาษีอากรจำนวน ๗๒,๘๒๘,๔๑๓.๘๖ บาท พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เงินเพิ่มที่คำนวณใหม่ต้องไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ว่า การที่ศาลภาษีอากรกลาง วินิจฉัยให้จำเลยทั้งสองต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙ (๑๐) เพียงอนุมาตราเดียวเป็นการชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในเดือนตุลาคม ๒๕๓๖ จำเลยที่ ๑ ได้ขายสินค้ากระดาษในราคาต่ำกว่าราคาต้นทุนสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้ยอดขายสินค้าที่จำเลยที่ ๑ แสดงไว้ต่ำไปเป็นเงิน ๑,๒๗๓,๑๗๔.๒๙ บาท คิดเป็นภาษีขายจำนวน ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงประเมินให้จำเลยที่ ๑ ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมเป็นเงิน ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท เบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ (๔) และ (๑๐) จำนวน ๒๖๗,๓๖๖.๖๐ บาท และเงินเพิ่ม ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท รวม ๔๔๕,๖๑๑ บาท เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องอันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีขายในเดือนภาษีตุลาคม ๒๕๓๖ คลาดเคลื่อนไป จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙ (๔) และการกระทำของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวมิใช่เป็นกรณีมิได้ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือรายงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๘๗/๑ หรือมีสินค้าขาดจากรายงาน สินค้าและวัตถุดิบ อันจะทำให้ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีซึ่งคำนวณจากฐานภาษีที่มิได้ทำรายงานหรือมิได้ลงรายการในรายงานให้ถูกต้องตามมาตรา ๘๙ (๑๐) ดังที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้ทำการประเมิน ดังนั้น จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับเพียงหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามมาตรา ๘๙ (๔) เท่านั้น ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกา ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๙ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕) และมาตรา ๒๔๖ การประเมินของ เจ้าพนักงานประเมินในส่วนนี้จึงไม่ชอบ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ (๑๐) นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินภาษีอากรจำนวน ๗๒,๗๓๙,๒๙๑.๖๖ บาท พร้อมเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เงินเพิ่มที่คำนวณใหม่ต้องไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง (มงคล ทับเที่ยง-ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์-สบโชค สุขารมณ์) ศาลภาษีอากรกลาง - นางเกดแก้ว หว่างอุ่น ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98399
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นางเกดแก้ว หว่างอุ่น"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062919"
    }
}
date
2544
deka_no
6331/2544
deka_running_no
6331
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์",
    "สบโชค สุขารมณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 87/1",
            "ม. 89 (4)",
            "ม. 89 (10)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 246"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "sections": [
            "ม. 29"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรมสรรพากร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเจริญอักษรไฟน์เปเปอร์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในหนี้ค่าภาษีจำนวน ๗๒,๙๑๗,๕๓๖.๐๖ บาท แก่โจทก์ พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนในค่าภาษีจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท

จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินภาษีอากรจำนวน ๗๒,๘๒๘,๔๑๓.๘๖ บาท พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เงินเพิ่มที่คำนวณใหม่ต้องไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ว่า การที่ศาลภาษีอากรกลาง วินิจฉัยให้จำเลยทั้งสองต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙ (๑๐) เพียงอนุมาตราเดียวเป็นการชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในเดือนตุลาคม ๒๕๓๖ จำเลยที่ ๑ ได้ขายสินค้ากระดาษในราคาต่ำกว่าราคาต้นทุนสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้ยอดขายสินค้าที่จำเลยที่ ๑ แสดงไว้ต่ำไปเป็นเงิน ๑,๒๗๓,๑๗๔.๒๙ บาท คิดเป็นภาษีขายจำนวน ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงประเมินให้จำเลยที่ ๑ ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมเป็นเงิน ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท เบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ (๔) และ (๑๐) จำนวน ๒๖๗,๓๖๖.๖๐ บาท และเงินเพิ่ม ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท รวม ๔๔๕,๖๑๑ บาท เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องอันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีขายในเดือนภาษีตุลาคม ๒๕๓๖ คลาดเคลื่อนไป จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙ (๔) และการกระทำของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวมิใช่เป็นกรณีมิได้ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือรายงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๘๗/๑ หรือมีสินค้าขาดจากรายงาน สินค้าและวัตถุดิบ อันจะทำให้ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีซึ่งคำนวณจากฐานภาษีที่มิได้ทำรายงานหรือมิได้ลงรายการในรายงานให้ถูกต้องตามมาตรา ๘๙ (๑๐) ดังที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้ทำการประเมิน ดังนั้น จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับเพียงหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามมาตรา ๘๙ (๔) เท่านั้น ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกา ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๙ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕) และมาตรา ๒๔๖ การประเมินของ เจ้าพนักงานประเมินในส่วนนี้จึงไม่ชอบ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ (๑๐) นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินภาษีอากรจำนวน ๗๒,๗๓๙,๒๙๑.๖๖ บาท พร้อมเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เงินเพิ่มที่คำนวณใหม่ต้องไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001099.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544