คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9076/2544 ฉบับเต็ม

#98400
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9076/2544 นายเข่ง คายครบุรีหรือดายครบุรี โดยนางดี คายครบุรี โจทก์ กรมชลประทาน จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 5 โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิครอบครองทำประโยชน์ได้ขายสิทธิทำกินในที่ดินแปลงพิพาทที่โจทก์ได้รับสิทธิทำกินจากการจัดสรรของกรมชลประทานให้แก่ผู้มีชื่อโดยได้รับเงินเป็นค่าตอบแทนครบถ้วนแล้ว การที่โจทก์ได้จำหน่ายสิทธิทำกินในที่ดินแปลงพิพาทไปแล้ว โจทก์จะกลับอ้างว่ามีสิทธิครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาเป็นเหตุฟ้องขอให้ศาลบังคับกรมชลประทานจำเลยจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินอีกไม่ได้ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ___________________________ โจทก์ฟ้องและขอให้แก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้มีสิทธิทำกินในที่ดินเนื้อที่ ๒๐ ไร่ดังกล่าว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยได้จัดที่ดิน เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยจำนวน ๑ ไร่ และทำกินจำนวน ๑๐ ไร่ ให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องชดเชยค่าที่ดิน เพราะโจทก์นำที่ดินที่จำเลยจัดสรรให้ไปขายแก่บุคคลอื่น โจทก์จึงไม่มีสิทธิในที่ดินแปลงที่จำเลยจัดสรรให้ และไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมติคณะรัฐมนตรีในการที่จะขอรับเงินชดเชยค่าที่ดิน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง ( ฟ้องวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๓๘ ) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นางดี ดายครบุรี ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ อนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความรวม ๓,๐๐๐ บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า? ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๓๕ โจทก์ได้ขายสิทธิทำกินใน ที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔ ที่โจทก์ได้รับสิทธิทำกินจากการจัดสรรของจำเลยให้แก่นางสาวณัฐกานต์โดยได้รับเงินจำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าตอบแทน และฟังได้อีกว่านางสาวณัฐกานต์ไม่เคยทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายกับบันทึกยกเลิกสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๒ และ จ.๔ กับโจทก์ เมื่อจำเลยได้จัดสรรที่ดินทำกินให้แก่โจทก์แล้วโดยโจทก์จับสลากได้สิทธิทำกินใน ที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔ โจทก์จึงมีสิทธิที่เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ และยกสิทธิดังกล่าวขึ้นใช้ยันบุคคลอื่นได้ ทั้งโจทก์ได้ยกสิทธิทำกินในที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔ ขึ้นยันบิดามารดานางสาวณัฐกานต์และนางสาวณัฐกานต์แล้ว ฝ่ายนางสาวณัฐกานต์ก็ได้ยอมรับสิทธิทำกินของโจทก์ในที่ดินแปลงนี้ด้วย โดยยอมรับซื้อที่ดินแปลงนี้จากโจทก์และ ได้ชำระเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ครอบถ้วนแล้ว เมื่อโจทก์ได้จำหน่ายสิทธิทำกินในที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔ ไปแล้ว การที่โจทก์กลับอ้างสิทธิดังกล่าวมาเป็นเหตุฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินอีก จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เป็นปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิชัย วิสิทธวงศ์-วิชัย ชื่นชมพูนุท-สุเทพ เจตนาการณ์กุล) ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสันทัด สุจริต ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98400
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครราชสีมา",
        "judge": "นายสันทัด สุจริต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059203"
    }
}
date
2544
deka_no
9076/2544
deka_running_no
9076
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเข่ง คายครบุรีหรือดายครบุรี โดยนางดี คายครบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมชลประทาน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและขอให้แก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้มีสิทธิทำกินในที่ดินเนื้อที่ ๒๐ ไร่ดังกล่าว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยได้จัดที่ดิน เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยจำนวน ๑ ไร่ และทำกินจำนวน ๑๐ ไร่ ให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องชดเชยค่าที่ดิน เพราะโจทก์นำที่ดินที่จำเลยจัดสรรให้ไปขายแก่บุคคลอื่น โจทก์จึงไม่มีสิทธิในที่ดินแปลงที่จำเลยจัดสรรให้ และไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมติคณะรัฐมนตรีในการที่จะขอรับเงินชดเชยค่าที่ดิน ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง ( ฟ้องวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๓๘ ) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นางดี ดายครบุรี ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ อนุญาต

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความรวม ๓,๐๐๐ บาท

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า? ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๓๕ โจทก์ได้ขายสิทธิทำกินใน ที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔ ที่โจทก์ได้รับสิทธิทำกินจากการจัดสรรของจำเลยให้แก่นางสาวณัฐกานต์โดยได้รับเงินจำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าตอบแทน และฟังได้อีกว่านางสาวณัฐกานต์ไม่เคยทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายกับบันทึกยกเลิกสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๒ และ จ.๔ กับโจทก์ เมื่อจำเลยได้จัดสรรที่ดินทำกินให้แก่โจทก์แล้วโดยโจทก์จับสลากได้สิทธิทำกินใน ที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔ โจทก์จึงมีสิทธิที่เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ และยกสิทธิดังกล่าวขึ้นใช้ยันบุคคลอื่นได้ ทั้งโจทก์ได้ยกสิทธิทำกินในที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔ ขึ้นยันบิดามารดานางสาวณัฐกานต์และนางสาวณัฐกานต์แล้ว ฝ่ายนางสาวณัฐกานต์ก็ได้ยอมรับสิทธิทำกินของโจทก์ในที่ดินแปลงนี้ด้วย โดยยอมรับซื้อที่ดินแปลงนี้จากโจทก์และ ได้ชำระเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ครอบถ้วนแล้ว เมื่อโจทก์ได้จำหน่ายสิทธิทำกินในที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔ ไปแล้ว การที่โจทก์กลับอ้างสิทธิดังกล่าวมาเป็นเหตุฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินอีก จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เป็นปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001065.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544