คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2545 ฉบับเต็ม

#98421
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2545 นายสุจิน ลัดดาวัลย์ กับพวก โจทก์ นายนิด อวยพร กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 231, มาตรา 254 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ใช้วิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามที่โจทก์ร้องขอเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติหรือดำเนินการก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ส่วนการทุเลาการบังคับจะต้องเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดประเด็นแห่งคดีแล้ว คู่ความได้ขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ยังไม่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นไว้ก่อน คำว่า "คำสั่งของศาลชั้นต้น" ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 231 แห่ง ป.วิ.พ. ย่อมหมายถึง คำสั่งของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดี หาได้หมายถึงคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาไม่ ดังนี้ จำเลยจะยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยไม่ต้องปฏิบัติหรือดำเนินการตามคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยถือว่าเป็นการขอทุเลาการบังคับตามมาตรา 231 ไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้พิพากษาว่า ทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 11487 ของจำเลยทั้งสอง เฉพาะส่วนที่ระบายด้วยสีส้ม เป็นทางภาระจำยอมหรือเป็นทางจำเป็นของที่ดินโฉนดเลขที่ 1518, 11486 ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนทางภาระจำยอมหรือทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงานที่ดิน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอา คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยทั้งสองทำงานหรือเปิดทางพิพาทให้ใช้ได้ในสภาพเดิมด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองปิดกั้นทำลายทางพิพาทหรือทำให้ทางพิพาทเปลี่ยนแปลงสภาพอีกต่อไป ให้พิพากษาว่า ทางน้ำหรือร่องน้ำในที่โฉนดเลขที่ 11485 ของจำเลยที่ 1 ในส่วนที่ระบายด้วยสีม่วง เป็นภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 1518, 11486 ของโจทก์ทั้งสองให้พิพากษาว่า ทางน้ำหรือร่องน้ำในที่ดินโฉนดเลขที่ 11375 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ของจำเลยทั้งสอง กว้างประมาณ 2 เมตร ยาวรอบตลอดที่ดินโฉนดเลขที่ 11375 ตามแผนที่พิพาท ในส่วนที่ระบายด้วยสีเขียว เป็นภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 1518, 11486 ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนภาระจำยอมต่อเจ้าพนักงานที่ดิน หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองทำทางน้ำในที่ดินโฉนดเลขที่ 11485 ให้อยู่ในสภาพเดิมด้วย ค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง ห้ามมิให้จำเลยทั้งสองปิดกั้นทำลายทำให้ตื้นเขินในทางน้ำหรือร่องน้ำดังกล่าว หรือ ขัดขวางไม่ให้โจทก์ทั้งสองใช้ทางน้ำทั้งหมดดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสองยินยอมให้โจทก์ทั้งสองวางท่อน้ำหรือท่อระบายน้ำจากทางน้ำในที่ดินโฉนดเลขที่ 11485, 11357 ส่วนที่ระบายด้วยสีม่วงและสีเขียวเข้าไปยังที่ดินโฉนดเลขที่ 11486, 1518 ของโจทก์ทั้งสองโดยให้จำเลยทั้งสองรับเงินค่าทดแทนจำนวน 10,000 บาท จากโจทก์ทั้งสอง พร้อมยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทั้งสองปิดกั้นทำลายหรือห้ามมิให้โจทก์ทั้งสองใช้ทางพิพาท และให้จำเลยทั้งสองทำทางพิพาทให้มีสภาพเดิม กว้างประมาณ 5 วา ยาวประมาณ 160 วา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งคำร้องที่จำเลยทั้งสองขอทุเลาการบังคับนั้นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่ง เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา กรณีไม่อาจทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 ได้ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองต้องปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองไม่ต้องปฏิบัติหรือดำเนินการตามคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น โดยถือว่าเป็นการทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 ได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ใช้วิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามที่โจทก์ทั้งสองร้องขอต่อศาลชั้นต้นนั้น เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติหรือดำเนินการก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ส่วนการทุเลาการบังคับนั้น จะต้องเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดประเด็นแห่งคดีแล้ว คู่ความได้ขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ยังไม่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นไว้ก่อน คำว่า "คำสั่งของศาลชั้น" ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 231 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น ย่อมหมายถึงคำสั่งของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดี มิได้หมายถึงคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาขึ้นมาไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งในเรื่องนี้ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (ประเสริฐ เขียนนิลศิริ-สุเมธ ตังคจิวางกูร-ชวลิต ยอดเณร) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - ไม่มี ศาลอุทธรณ์ - นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98421
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา",
        "judge": "ไม่มี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057546"
    }
}
date
2545
deka_no
585/2545
deka_running_no
585
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ",
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ชวลิต ยอดเณร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 231",
            "ม. 254"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุจิน ลัดดาวัลย์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนิด อวยพร กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้พิพากษาว่า ทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 11487 ของจำเลยทั้งสอง เฉพาะส่วนที่ระบายด้วยสีส้ม เป็นทางภาระจำยอมหรือเป็นทางจำเป็นของที่ดินโฉนดเลขที่ 1518, 11486 ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนทางภาระจำยอมหรือทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงานที่ดิน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอา คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยทั้งสองทำงานหรือเปิดทางพิพาทให้ใช้ได้ในสภาพเดิมด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองปิดกั้นทำลายทางพิพาทหรือทำให้ทางพิพาทเปลี่ยนแปลงสภาพอีกต่อไป ให้พิพากษาว่า ทางน้ำหรือร่องน้ำในที่โฉนดเลขที่ 11485 ของจำเลยที่ 1 ในส่วนที่ระบายด้วยสีม่วง เป็นภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 1518, 11486 ของโจทก์ทั้งสองให้พิพากษาว่า ทางน้ำหรือร่องน้ำในที่ดินโฉนดเลขที่ 11375 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ของจำเลยทั้งสอง กว้างประมาณ 2 เมตร ยาวรอบตลอดที่ดินโฉนดเลขที่ 11375 ตามแผนที่พิพาท ในส่วนที่ระบายด้วยสีเขียว เป็นภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 1518, 11486 ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนภาระจำยอมต่อเจ้าพนักงานที่ดิน หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองทำทางน้ำในที่ดินโฉนดเลขที่ 11485 ให้อยู่ในสภาพเดิมด้วย ค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง ห้ามมิให้จำเลยทั้งสองปิดกั้นทำลายทำให้ตื้นเขินในทางน้ำหรือร่องน้ำดังกล่าว หรือ ขัดขวางไม่ให้โจทก์ทั้งสองใช้ทางน้ำทั้งหมดดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสองยินยอมให้โจทก์ทั้งสองวางท่อน้ำหรือท่อระบายน้ำจากทางน้ำในที่ดินโฉนดเลขที่ 11485, 11357 ส่วนที่ระบายด้วยสีม่วงและสีเขียวเข้าไปยังที่ดินโฉนดเลขที่ 11486, 1518 ของโจทก์ทั้งสองโดยให้จำเลยทั้งสองรับเงินค่าทดแทนจำนวน 10,000 บาท จากโจทก์ทั้งสอง พร้อมยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทั้งสองปิดกั้นทำลายหรือห้ามมิให้โจทก์ทั้งสองใช้ทางพิพาท และให้จำเลยทั้งสองทำทางพิพาทให้มีสภาพเดิม กว้างประมาณ 5 วา ยาวประมาณ 160 วา

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งคำร้องที่จำเลยทั้งสองขอทุเลาการบังคับนั้นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่ง เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา กรณีไม่อาจทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 ได้ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองต้องปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองไม่ต้องปฏิบัติหรือดำเนินการตามคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น โดยถือว่าเป็นการทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 ได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ใช้วิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามที่โจทก์ทั้งสองร้องขอต่อศาลชั้นต้นนั้น เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติหรือดำเนินการก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ส่วนการทุเลาการบังคับนั้น จะต้องเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดประเด็นแห่งคดีแล้ว คู่ความได้ขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ยังไม่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นไว้ก่อน คำว่า "คำสั่งของศาลชั้น" ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 231 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น ย่อมหมายถึงคำสั่งของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดี มิได้หมายถึงคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาขึ้นมาไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งในเรื่องนี้ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001050.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545