คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8773/2544 ฉบับเต็ม

#98432
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8773/2544 นายพิจารณ์ ถิระนันท์ โจทก์ นางเกษมศรี ธีระเกียรติ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/30 โจทก์ฟ้องเรียกเอาเงินลงทุนและผลกำไรจากการขายที่ดินที่โจทก์ร่วมลงทุน ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 คืออายุความ 10 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิ เรียกร้องได้ จำเลยขายที่ดินที่โจทก์ร่วมลงทุนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2531 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2534 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 2,421,348 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,917,900 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,133,609.50 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเฉพาะส่วนที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสองทำหนังสือระบุชื่อบันทึกความตกลงหรือสัญญา ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2521 มีข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์ในที่ดินเนื้อที่ 1,173 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 81 หมู่ที่ 4 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งจำเลยทั้งสองทำสัญญาซื้อขายไว้กับบริษัทเอส.อาร์.มอเตอร์ จำกัด ตามเอกสารหมาย จ. 1 ต่อมาวันที่ 18 ธันวาคม 2521 บริษัทเอส.อาร์.มอเตอร์ จำกัด ทำหนังสือสัญญาขายที่ดินแปลงดังกล่าวโดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้แก่จำเลยทั้งสองในราคา 3,000,000 บาท ในวันเดียวกันจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวไว้แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด และเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2531 จำเลยทั้งสองทำหนังสือสัญญาขายที่ดินแปลงดังกล่าวโดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้แก่นางสุนีย์ในราคา 7,500,000 บาท ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกเอาเงินลงทุนและผลกำไรจากการขายที่ดินที่โจทก์ร่วมลงทุน ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 คือมีอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ จำเลยทั้งสองขายที่ดินที่โจทก์ร่วมลงทุนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2531 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2534 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน โจทก์มิได้แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. (สมศักดิ์ เนตรมัย-อัธยา ดิษยบุตร-ปรีดี รุ่งวิสัย) ศาลแพ่ง - นางสาวเบญจมาศ ปัญญาดิลก ศาลอุทธรณ์ - นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98432
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวเบญจมาศ ปัญญาดิลก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059516"
    }
}
date
2544
deka_no
8773/2544
deka_running_no
8773
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "ปรีดี รุ่งวิสัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายพิจารณ์ ถิระนันท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเกษมศรี ธีระเกียรติ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 2,421,348 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,917,900 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,133,609.50 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเฉพาะส่วนที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสองทำหนังสือระบุชื่อบันทึกความตกลงหรือสัญญา ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2521 มีข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์ในที่ดินเนื้อที่ 1,173 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 81 หมู่ที่ 4 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งจำเลยทั้งสองทำสัญญาซื้อขายไว้กับบริษัทเอส.อาร์.มอเตอร์ จำกัด ตามเอกสารหมาย จ. 1 ต่อมาวันที่ 18 ธันวาคม 2521 บริษัทเอส.อาร์.มอเตอร์ จำกัด ทำหนังสือสัญญาขายที่ดินแปลงดังกล่าวโดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้แก่จำเลยทั้งสองในราคา 3,000,000 บาท ในวันเดียวกันจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวไว้แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด และเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2531 จำเลยทั้งสองทำหนังสือสัญญาขายที่ดินแปลงดังกล่าวโดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้แก่นางสุนีย์ในราคา 7,500,000 บาท

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกเอาเงินลงทุนและผลกำไรจากการขายที่ดินที่โจทก์ร่วมลงทุน ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 คือมีอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ จำเลยทั้งสองขายที่ดินที่โจทก์ร่วมลงทุนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2531 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2534 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

พิพากษายืน โจทก์มิได้แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001068.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544