คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7665/2544 ฉบับเต็ม

#98442
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7665/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก โจทก์ นายมานัสหรือต๋อง พัวศรีพันธุ์ ที่ 1 กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 295, มาตรา 391 ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสุดท้าย ผู้เสียหายมีบาดแผลถลอกและฟกช้ำที่คอด้านขวาขนาด 1 x 2 เซนติเมตร และมีบาดแผลถลอกฟกช้ำที่โหนกแก้มซ้ายขนาด 1 x 1 เซนติเมตร แพทย์มีความเห็นว่าเกิดจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกโดยแรง ใช้เวลารักษาประมาณ 7 วัน จะหายเป็นปกติ ถือได้ว่าเป็นบาดแผลเล็กน้อยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 391 แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายตาม ป.อ. มาตรา 295 แต่ความผิดดังกล่าวย่อมรวมถึงการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา 391 ด้วย ถือได้ว่าความผิดตามฟ้องรวมการกระทำหลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 391 ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษจำเลยในการกระทำตามที่พิจารณาได้ความได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสุดท้าย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ , ๘๓ , ๙๑ , ๒๙๕ , ๓๕๘ , ๓๖๔ , ๓๖๕ ริบของกลาง และนับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๘๑/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ ๑ รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการเขต ๖ ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ แต่ความผิดดังกล่าวย่อมรวมถึงการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา ๓๙๑ ด้วย ถือได้ว่าความผิดตามฟ้องรวมการกระทำหลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า การกระทำของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ เป็นความผิดตามมาตรา ๓๙๑ ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ในการกระทำตามที่พิจารณาได้ความได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสุดท้าย? พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓? (กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายธีระวัฒน์ สินธุวงษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98442
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสวรรคโลก",
        "judge": "นายธีระวัฒน์ สินธุวงษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061044"
    }
}
date
2544
deka_no
7665/2544
deka_running_no
7665
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 295",
            "ม. 391"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคสุดท้าย"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมานัสหรือต๋อง พัวศรีพันธุ์ ที่ 1 กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ , ๘๓ , ๙๑ , ๒๙๕ , ๓๕๘ , ๓๖๔ , ๓๖๕ ริบของกลาง และนับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๘๑/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ ๑ รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓

โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการเขต ๖ ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ แต่ความผิดดังกล่าวย่อมรวมถึงการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา ๓๙๑ ด้วย ถือได้ว่าความผิดตามฟ้องรวมการกระทำหลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า การกระทำของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ เป็นความผิดตามมาตรา ๓๙๑ ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ในการกระทำตามที่พิจารณาได้ความได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสุดท้าย?

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓?
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001082.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544