คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8599/2544 ฉบับเต็ม

#98443
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8599/2544 บริษัทอยุธยาอินเตอร์เนชั่นแนลแฟคเตอร์ส จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจ. เอส. เค. นิตติ้ง ที่ 1 กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 197 วรรคสอง, มาตรา 201 วรรคหนึ่ง คำร้องของโจทก์ที่โต้แย้งคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 197 วรรคสอง และมาตรา 201 วรรคหนึ่ง (เดิม) มิได้กล่าวอ้างว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผิดระเบียบ หรือฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายใด คงอ้างแต่เพียงว่า กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่โจทก์ไม่สามารถมาศาลได้ โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของศาล ขอให้ไต่สวนและกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์มิได้จงใจขาดนัดพิจารณา จึงถือได้ว่าคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ จึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 201 วรรคหนึ่ง ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์เสียได้ โดยไม่ต้องทำการไต่สวน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามส่งมอบเครื่องถักผ้าตามสัญญาเช่าคืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนพร้อมดอกเบี้ยและค่าขาดประโยชน์ จำเลยทั้งสามยื่นคำให้การต่อสู้คดี ในวันนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ เวลา ๑๓ นาฬิกา ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาเมื่อเวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา โจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาล ทนายจำเลยทั้งสามแถลงว่าไม่ประสงค์ให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ โจทก์ยื่นคำร้องว่าในวันนัดสืบพยาน ทนายโจทก์ป่วยต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาศาลไม่ได้ แต่ได้แจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์มาศาลตามวันเวลานัดและแถลงให้ศาลทราบถึงเหตุขัดข้องที่ทนายโจทก์ไม่สามารถมาศาลได้ ทนายโจทก์ออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา และได้สอบถามไปยังโจทก์ จึงได้ทราบว่าผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้มาศาลตามวันเวลานัดแล้ว แต่ตรวจสอบหาเลขคดีในใบลอยไม่พบ จึงเดินทางกลับไป ทนายโจทก์รีบได้เดินทางมาที่ศาลชั้นต้นทันที มาถึงเมื่อเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา จึงทราบว่าศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีไปแล้ว โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของศาล แต่ด้วยเหตุขัดข้องอันเป็นเหตุสุดวิสัย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอได้มีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องและกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๑ จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำพยานเข้าสืบก่อนโดยนัดสืบพยานโจทก์ นัดแรกในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ เวลา ๑๓ นาฬิกา โจทก์ทราบกำหนดวันสืบพยานโจทก์โดยชอบแล้วในวันสืบพยาน ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณา เมื่อเวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา ทนายจำเลยทั้งสามมาศาล แต่โจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ทนายจำเลยทั้งสามแถลงต่อศาลว่าไม่ประสงค์ที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ เห็นได้ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามบทบัญญัติของกฎหมาย มาตรา ๑๙๗ วรรคสอง และมาตรา ๒๐๑ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๑ ที่โต้แย้งคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้น โจทก์มิได้กล่าวอ้างว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผิดระเบียบ หรือฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายใด อ้างแต่เพียงว่า กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่โจทก์ไม่สามารถมาศาลได้ โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของศาล ขอให้ไต่สวนและกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์มิได้จงใจขาดนัดพิจารณา จึงถือได้ว่าคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๑ วรรคหนึ่ง ดังกล่าว ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์เสียได้ โดยไม่ต้องทำการไต่สวนคำร้อง ที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องและกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อไปนั้นฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน. (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-มงคล คุปต์กาญจนากุล-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุทธิกรณ์ ลิบน้อย ศาลอุทธรณ์ - นายณัฐวัสส์ บัณฑิตอาภรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98443
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุทธิกรณ์ ลิบน้อย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณัฐวัสส์ บัณฑิตอาภรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059738"
    }
}
date
2544
deka_no
8599/2544
deka_running_no
8599
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 197 วรรคสอง",
            "ม. 201 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทอยุธยาอินเตอร์เนชั่นแนลแฟคเตอร์ส จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจ. เอส. เค. นิตติ้ง ที่ 1 กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามส่งมอบเครื่องถักผ้าตามสัญญาเช่าคืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนพร้อมดอกเบี้ยและค่าขาดประโยชน์

จำเลยทั้งสามยื่นคำให้การต่อสู้คดี

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ เวลา ๑๓ นาฬิกา ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาเมื่อเวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา โจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาล ทนายจำเลยทั้งสามแถลงว่าไม่ประสงค์ให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ โจทก์ยื่นคำร้องว่าในวันนัดสืบพยาน ทนายโจทก์ป่วยต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาศาลไม่ได้ แต่ได้แจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์มาศาลตามวันเวลานัดและแถลงให้ศาลทราบถึงเหตุขัดข้องที่ทนายโจทก์ไม่สามารถมาศาลได้ ทนายโจทก์ออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา และได้สอบถามไปยังโจทก์ จึงได้ทราบว่าผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้มาศาลตามวันเวลานัดแล้ว แต่ตรวจสอบหาเลขคดีในใบลอยไม่พบ จึงเดินทางกลับไป ทนายโจทก์รีบได้เดินทางมาที่ศาลชั้นต้นทันที มาถึงเมื่อเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา จึงทราบว่าศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีไปแล้ว โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของศาล แต่ด้วยเหตุขัดข้องอันเป็นเหตุสุดวิสัย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอได้มีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องและกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๑ จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำพยานเข้าสืบก่อนโดยนัดสืบพยานโจทก์ นัดแรกในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ เวลา ๑๓ นาฬิกา โจทก์ทราบกำหนดวันสืบพยานโจทก์โดยชอบแล้วในวันสืบพยาน ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณา เมื่อเวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา ทนายจำเลยทั้งสามมาศาล แต่โจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ทนายจำเลยทั้งสามแถลงต่อศาลว่าไม่ประสงค์ที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ เห็นได้ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามบทบัญญัติของกฎหมาย มาตรา ๑๙๗ วรรคสอง และมาตรา ๒๐๑ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๑ ที่โต้แย้งคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้น โจทก์มิได้กล่าวอ้างว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผิดระเบียบ หรือฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายใด อ้างแต่เพียงว่า กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่โจทก์ไม่สามารถมาศาลได้ โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของศาล ขอให้ไต่สวนและกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์มิได้จงใจขาดนัดพิจารณา จึงถือได้ว่าคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๑ วรรคหนึ่ง ดังกล่าว ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์เสียได้ โดยไม่ต้องทำการไต่สวนคำร้อง ที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องและกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อไปนั้นฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001070.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544