คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8170/2544 ฉบับเต็ม

#98447
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8170/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นางบุษบา โสตทิพย์ ที่ 1 กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 91, มาตรา 283 วรรคสาม, มาตรา 310 วรรคแรก การกระทำความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ฯ และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตาม ป.อ. มาตรา 283 วรรคสาม กับมาตรา 310 วรรคแรก แม้จะเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน แต่สามารถแยกเจตนาในการกระทำความผิดออกจากกัน องค์ประกอบในการกระทำผิดก็ต่างกัน ทั้งการกระทำความผิดฐานหนึ่งก็ไม่จำต้องกระทำความผิดอีกฐานหนึ่งก่อน จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ , ๓๑๐ , ๙๑ , ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ , ๗๒ และสั่งริบสมุดบัญชีรายรับจากการค้าประเวณี ๔ เล่ม และถุงยางอนามัย ๙๐ อัน ที่เป็นของกลางด้วย จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม , ๓๑๐ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งหกเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑? ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๔ ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๔ ออกจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นและฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังนั้น ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม , ๘๓? และจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ , ๗๒ วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๖ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? สำหรับปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่า ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นความผิดต่างกรรมกันหรือไม่นั้น เห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม กับมาตรา ๓๑๐ วรรคแรก แม้จะเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน แต่สามารถแยกเจตนาในการกระทำความผิดออกจากกัน องค์ประกอบในการกระทำผิดก็ต่างกัน ทั้งการกระทำความผิดฐานหนึ่งก็ไม่จำต้องกระทำความผิดอีกฐานหนึ่งก่อน การกระทำของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ หาใช่กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาว่าเป็นความผิดกรรมเดียวกันนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐ วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง? สำหรับจำเลยที่ ๑ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ? นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗. (ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-สุรพล เจียมจูไร-ประชา ประสงค์จรรยา) ศาลจังหวัดนครปฐม - นายธีรวัฒน์ วิสุทธิภักดี ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัชวาล บุนนาค แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98447
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครปฐม",
        "judge": "นายธีรวัฒน์ วิสุทธิภักดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายชัชวาล บุนนาค"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060380"
    }
}
date
2544
deka_no
8170/2544
deka_running_no
8170
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "ประชา ประสงค์จรรยา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91",
            "ม. 283 วรรคสาม",
            "ม. 310 วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางบุษบา โสตทิพย์ ที่ 1 กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ , ๓๑๐ , ๙๑ , ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ , ๗๒ และสั่งริบสมุดบัญชีรายรับจากการค้าประเวณี ๔ เล่ม และถุงยางอนามัย ๙๐ อัน ที่เป็นของกลางด้วย

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม , ๓๑๐ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งหกเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑? ข้อหาอื่นให้ยก

โจทก์และจำเลยทั้งหกอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๔ ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๔ ออกจากสารบบความ

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นและฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังนั้น ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม , ๘๓? และจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ , ๗๒ วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๖ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? สำหรับปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่า ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นความผิดต่างกรรมกันหรือไม่นั้น เห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม กับมาตรา ๓๑๐ วรรคแรก แม้จะเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน แต่สามารถแยกเจตนาในการกระทำความผิดออกจากกัน องค์ประกอบในการกระทำผิดก็ต่างกัน ทั้งการกระทำความผิดฐานหนึ่งก็ไม่จำต้องกระทำความผิดอีกฐานหนึ่งก่อน การกระทำของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ หาใช่กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาว่าเป็นความผิดกรรมเดียวกันนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น?

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐ วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง? สำหรับจำเลยที่ ๑ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ? นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001076.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544