คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9087/2544 ฉบับเต็ม

#98449
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9087/2544 พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร โจทก์ นายสุภาพหรือนวล คำเงิน กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 244 ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5), มาตรา 192 วรรคสอง ฟ้องของโจทก์ได้ระบุวันวันเวลาที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดแล้ว จึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ส่วนกรณีข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง เป็นเพียงข้อที่ศาลอาจถือเป็นเหตุยกฟ้องในชั้นพิพากษาคดีตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 เท่านั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่าเหตุเกิดเวลากลางวันและข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบก็ได้ความว่าจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่เวลากลางวันต่อเนื่องไปจนถึงเวลากลางคืน ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม มาตรา ๒๔๐, ๒๔๔, ๘๓, ๓๒, ๓๓ , และริบของกลาง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ เสียจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๔, ๘๓ จำคุกคนละ ๑๐ ปี ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ จำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ เสียจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) หรือไม่ จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๙ เวลากลางวัน แต่ทางพิจารณากลับปรากฏตาาคำเบิกความของพยานโจทก์ว่าเหตุคดีนี้เกิดเมื่อพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว แสดงว่าเป็นเวลากลางคืนคำฟ้องของโจทก์จึงเคลือบคลุม ทำให้จำเลยที่ ๓ ไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้ดีและหลงต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวมาตลอด เห็นว่า ฟ้องของโจทก์ได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดแล้วจึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) หาเคลือบคลุมไม่ ส่วนกรณีเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับ ข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องนั้น เป็นเพียงข้อที่ศาลอาจถือเป็นเหตุยกฟ้องได้ในชั้นพิพากษาคดี ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง เท่านั้น ทั้งในเรื่องวันเวลาที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดดังกล่าว ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบก็ได้ความว่าจำเลยที่ ๓ กับพวกร่วมกันกระทำความผิดในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๙ ตั้งแต่ เวลากลางวันต่อเนื่องไปจนถึงเวลากลางคืน ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริง ที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ ๓ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น? พิพากษายืน (จรัส พวงมณี-ประสพสุข บุญเดช-สมชาย พงษธา) ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นางสาวสุทธิมาลย์ วิริยะการุณย ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวิบูลย์ นนทสูติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98449
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมุกดาหาร",
        "judge": "นางสาวสุทธิมาลย์ วิริยะการุณย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายวิบูลย์ นนทสูติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059201"
    }
}
date
2544
deka_no
9087/2544
deka_running_no
9087
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "ประสพสุข บุญเดช",
    "สมชาย พงษธา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 244"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (5)",
            "ม. 192 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุภาพหรือนวล คำเงิน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม มาตรา ๒๔๐, ๒๔๔, ๘๓, ๓๒, ๓๓ , และริบของกลาง

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ

ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ เสียจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๔, ๘๓ จำคุกคนละ ๑๐ ปี ริบของกลาง

จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์

ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ จำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ เสียจากสารบบความ

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน

จำเลยที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) หรือไม่ จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๙ เวลากลางวัน แต่ทางพิจารณากลับปรากฏตาาคำเบิกความของพยานโจทก์ว่าเหตุคดีนี้เกิดเมื่อพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว แสดงว่าเป็นเวลากลางคืนคำฟ้องของโจทก์จึงเคลือบคลุม ทำให้จำเลยที่ ๓ ไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้ดีและหลงต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวมาตลอด เห็นว่า ฟ้องของโจทก์ได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดแล้วจึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) หาเคลือบคลุมไม่ ส่วนกรณีเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับ ข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องนั้น เป็นเพียงข้อที่ศาลอาจถือเป็นเหตุยกฟ้องได้ในชั้นพิพากษาคดี ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง เท่านั้น ทั้งในเรื่องวันเวลาที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดดังกล่าว ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบก็ได้ความว่าจำเลยที่ ๓ กับพวกร่วมกันกระทำความผิดในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๙ ตั้งแต่ เวลากลางวันต่อเนื่องไปจนถึงเวลากลางคืน ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริง ที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ ๓ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น?

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001065.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544