คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8909/2544 ฉบับเต็ม

#98458
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8909/2544 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทนครไทยสตีลเวอร์ค จำกัด ที่ 1 กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2), มาตรา 234 ในคดีแพ่ง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยแล้ว หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยจะต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ทั้งจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลอีกด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 การที่จำเลยเพียงยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราว โดยที่ศาลยังมิได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับได้ จะถือว่าจำเลยได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแล้วมิได้ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องยกคำร้อง แม้จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็มิใช่กรณีทิ้งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ร่วมรับผิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งแปดยื่นอุทธรณ์ พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๒ ต่อมาวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งแปดยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก ๒๐ วัน โดยอ้างเหตุว่าเจ้าหน้าที่ศาลกำหนดให้ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งแปดมาทราบคำสั่งศาลในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๒ แต่ในวันดังกล่าวไม่พบสำนวน ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งแปดจึงมาตรวจดูคำสั่งศาลที่การ์ดคำสั่งของศาลเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒ จึงทราบว่าล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว โดยที่ทนายจำเลยทั้งแปดไม่อาจทราบได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เหตุที่อ้างตามคำร้องเป็นการละเลยที่จะขวนขวายขอทราบคำสั่งศาลไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ พร้อมทั้งสั่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งแปดว่า จำเลยทั้งแปดไม่นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลขยายให้ จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งแปดอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ จึงให้ผู้อุทธรณ์นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด ๒๐ วัน ต่อมาจำเลยทั้งแปดนำเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลภายในกำหนดเท่านั้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดต่อไปว่า ผู้อุทธรณ์วางเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมศาล ไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในกำหนด ให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยทั้งแปดทิ้งอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยทั้งแปดแล้ว หากจำเลยทั้งแปดประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยทั้งแปดจะต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ทั้งจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลอีกด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ การที่จำเลยทั้งแปดเพียงยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราว โดยที่ศาลยังมิได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับได้ จะถือว่าจำเลยทั้งแปดได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแล้วดังที่จำเลยทั้งแปดฎีกามิได้ เมื่อจำเลยทั้งแปดไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดเสีย มิใช่กรณีทิ้งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นของจำเลยทั้งแปด. (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-วิเทพ ศิริพากย์-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลแพ่ง - นายชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์ ศาลอุทธรณ์ - นายนันทชัย เพียรสนอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98458
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายนันทชัย เพียรสนอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059311"
    }
}
date
2544
deka_no
8909/2544
deka_running_no
8909
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174 (2)",
            "ม. 234"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทนครไทยสตีลเวอร์ค จำกัด ที่ 1 กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ร่วมรับผิดต่อโจทก์

จำเลยทั้งแปดยื่นอุทธรณ์ พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๒ ต่อมาวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งแปดยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก ๒๐ วัน โดยอ้างเหตุว่าเจ้าหน้าที่ศาลกำหนดให้ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งแปดมาทราบคำสั่งศาลในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๒ แต่ในวันดังกล่าวไม่พบสำนวน ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งแปดจึงมาตรวจดูคำสั่งศาลที่การ์ดคำสั่งของศาลเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒ จึงทราบว่าล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว โดยที่ทนายจำเลยทั้งแปดไม่อาจทราบได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เหตุที่อ้างตามคำร้องเป็นการละเลยที่จะขวนขวายขอทราบคำสั่งศาลไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ พร้อมทั้งสั่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งแปดว่า จำเลยทั้งแปดไม่นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลขยายให้ จึงไม่รับอุทธรณ์

จำเลยทั้งแปดอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ จึงให้ผู้อุทธรณ์นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด ๒๐ วัน ต่อมาจำเลยทั้งแปดนำเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลภายในกำหนดเท่านั้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดต่อไปว่า ผู้อุทธรณ์วางเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมศาล ไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในกำหนด ให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยทั้งแปดทิ้งอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลอุทธรณ์

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยทั้งแปดแล้ว หากจำเลยทั้งแปดประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยทั้งแปดจะต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ทั้งจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลอีกด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ การที่จำเลยทั้งแปดเพียงยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราว โดยที่ศาลยังมิได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับได้ จะถือว่าจำเลยทั้งแปดได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแล้วดังที่จำเลยทั้งแปดฎีกามิได้ เมื่อจำเลยทั้งแปดไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดเสีย มิใช่กรณีทิ้งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นของจำเลยทั้งแปด.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001066.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544