คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2545 ฉบับเต็ม

#98459
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2545 ธนาคารศรีนคร จำกัด โจทก์ นายบุญธรรม ไตรสรณอภิรักษ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271, มาตรา 323 เงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ตามที่ศาลออกคำบังคับ ถือได้ว่าเป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาล โจทก์ผู้มีสิทธิจะต้องเรียกเอาภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 มิใช่นับจากวันที่โจทก์ผู้มีสิทธิได้ทราบถึงการวางเงิน กรณีมิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับเอาแก่จำเลยได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 73,568.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 600 บาท และต่อมาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2532 จำเลยทั้งสองนำเงินจำนวน 93,452.50 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ วันที่ 9 มีนาคม 2542 โจทก์ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าตรวจเบิกจ่าย ต่อมาวันที่ 29 มีนาคม 2542 เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นรายงานว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินค้างจ่ายเกิน 5 ปี ต้องตกเป็นของแผ่นดินของดจ่าย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเอาเงินจำนวน 93,452.50 บาท ที่จำเลยทั้งสองนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเงินที่ค้างจ่ายตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงเงินทั้งหมดที่มีผู้นำมาวางไว้ในคดีและค้างจ่ายอยู่ในศาล ดังนั้น เงินที่จำเลยทั้งสองนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ตามที่ศาลออกคำบังคับจำนวน 93,452.50 บาท นั้น ถือได้ว่าเป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาล และโจทก์ผู้มีสิทธิจะต้องเรียกเอาภายในห้าปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสองนำเงินมาวางศาล มิใช่นับจากวันที่โจทก์ผู้มีสิทธิได้ทราบถึงการวางเงินดังกล่าว คดีนี้ศาลออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2532 จำเลยทั้งสองนำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2532 ต่อมาวันที่ 9 มีนาคม 2542 โจทก์จึงยื่นคำขอรับเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาล เมื่อโจทก์ผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาเงินดังกล่าวภายในห้าปี ทำให้เงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ศาลจึงไม่อาจจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษานั้น กรณีนี้มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์บังคับชำระหนี้เอาแก่จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษา หากแต่เป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาล จึงต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 323 ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นงดจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์จึงชอบแล้ว พิพากษายืน. (วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์-ไพศาล เจริญวุฒิ-สมชาย จุลนิติ์) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายณัฐดนัย ศกุนตนาค ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98459
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายณัฐดนัย ศกุนตนาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057872"
    }
}
date
2545
deka_no
330/2545
deka_running_no
330
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271",
            "ม. 323"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารศรีนคร จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญธรรม ไตรสรณอภิรักษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 73,568.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 600 บาท และต่อมาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2532 จำเลยทั้งสองนำเงินจำนวน 93,452.50 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ วันที่ 9 มีนาคม 2542 โจทก์ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าตรวจเบิกจ่าย ต่อมาวันที่ 29 มีนาคม 2542 เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นรายงานว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินค้างจ่ายเกิน 5 ปี ต้องตกเป็นของแผ่นดินของดจ่าย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเอาเงินจำนวน 93,452.50 บาท ที่จำเลยทั้งสองนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเงินที่ค้างจ่ายตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงเงินทั้งหมดที่มีผู้นำมาวางไว้ในคดีและค้างจ่ายอยู่ในศาล ดังนั้น เงินที่จำเลยทั้งสองนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ตามที่ศาลออกคำบังคับจำนวน 93,452.50 บาท นั้น ถือได้ว่าเป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาล และโจทก์ผู้มีสิทธิจะต้องเรียกเอาภายในห้าปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสองนำเงินมาวางศาล มิใช่นับจากวันที่โจทก์ผู้มีสิทธิได้ทราบถึงการวางเงินดังกล่าว คดีนี้ศาลออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2532 จำเลยทั้งสองนำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2532 ต่อมาวันที่ 9 มีนาคม 2542 โจทก์จึงยื่นคำขอรับเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาล เมื่อโจทก์ผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาเงินดังกล่าวภายในห้าปี ทำให้เงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ศาลจึงไม่อาจจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษานั้น กรณีนี้มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์บังคับชำระหนี้เอาแก่จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษา หากแต่เป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาล จึงต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 323 ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นงดจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์จึงชอบแล้ว

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001053.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545