คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9693/2544 ฉบับเต็ม

#98460
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9693/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก โจทก์ นายสังคม ซำศิริ จำเลย ป.อ. มาตรา 335 (9) สถานที่เกิดเหตุเป็นบริเวณหน้าที่ตั้งศพอดีตเจ้าอาวาสซึ่งอยู่หน้ากุฎิเจ้าอาวาส เป็นเพียงสถานที่ในวัดที่จัดนำศพอดีตเจ้าอาวาสมาตั้งไว้เพื่อรอการพระราชทานเพลิงศพเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นสถานที่บูชาสาธารณะ จำเลยลัก ตู้รับเงินบริจาคซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าศพอดีตเจ้าอาวาสดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะตาม ป.อ. มาตรา 335 (9) ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๙), ๓๕๗, ๘๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๒๒๐ บาท ที่ลักไปให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๙) วรรคสอง ลงโทษจำคุก ๒ ปี คำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๒๒๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายเอาตู้รับเงินบริจาค ๑ ตู้ ราคา ๑,๐๐๐ บาท กับเงินสดในตู้จำนวน ๒๕๐ บาท ของวัดผู้เสียหายไปโดยทุจริต ในวันดังกล่าวจำเลยไปดูโทรทัศน์ที่วัดผู้เสียหายตั้งแต่เวลาประมาณ ๒๑ นาฬิกา และกลับไปเมื่อเวลา ๒๓ นาฬิกาเศษ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๙) นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า สถานที่เกิดเหตุคดีนี้เป็นบริเวณหน้าที่ตั้งศพอดีตเจ้าอาวาสซึ่งอยู่หน้ากึฏิเจ้าอาวาส เป็นเพียงสถานที่ในวัดที่จัดนำศพอดีตเจ้าอาวาสตั้งไว้เพื่อรอการพระราชทานเพลิงศพเท่านั้น ไม่ถือว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่บูชาสาธารณะ การที่จำเลยลักตู้รับเงินบริจาคซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าศพอดีตเจ้าอาวาสดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ บูชาสาธารณะ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๕ ประกอบด้วยมาตรา ๑๙๕ วรรคสอง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) วรรคแรก ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาที่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๙) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ (ทองหล่อ โฉมงาม-วิรัช ลิ้มวิชัย-สุรพล เจียมจูไร) ศาลจังหวัดนครนายก - นายนรินทร์ โตเผือก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบรรหาร มูลทวี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98460
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครนายก",
        "judge": "นายนรินทร์ โตเผือก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายบรรหาร มูลทวี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058546"
    }
}
date
2544
deka_no
9693/2544
deka_running_no
9693
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "สุรพล เจียมจูไร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 335 (9)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสังคม ซำศิริ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๙), ๓๕๗, ๘๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๒๒๐ บาท ที่ลักไปให้แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๙) วรรคสอง ลงโทษจำคุก ๒ ปี คำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๒๒๐ บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายเอาตู้รับเงินบริจาค ๑ ตู้ ราคา ๑,๐๐๐ บาท กับเงินสดในตู้จำนวน ๒๕๐ บาท ของวัดผู้เสียหายไปโดยทุจริต ในวันดังกล่าวจำเลยไปดูโทรทัศน์ที่วัดผู้เสียหายตั้งแต่เวลาประมาณ ๒๑ นาฬิกา และกลับไปเมื่อเวลา ๒๓ นาฬิกาเศษ

ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๙) นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า สถานที่เกิดเหตุคดีนี้เป็นบริเวณหน้าที่ตั้งศพอดีตเจ้าอาวาสซึ่งอยู่หน้ากึฏิเจ้าอาวาส เป็นเพียงสถานที่ในวัดที่จัดนำศพอดีตเจ้าอาวาสตั้งไว้เพื่อรอการพระราชทานเพลิงศพเท่านั้น ไม่ถือว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่บูชาสาธารณะ การที่จำเลยลักตู้รับเงินบริจาคซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าศพอดีตเจ้าอาวาสดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ บูชาสาธารณะ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๕ ประกอบด้วยมาตรา ๑๙๕ วรรคสอง

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) วรรคแรก ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาที่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๙) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค ๒
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001059.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544